ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

ความทรงจำ...กับวันเก่า ๆ (ปีที่ 1) | อนุบาล 1

                     จริง ๆ...ก็อยากจะมาเขียนเรื่องนี้นานแล้ว (ตั้งใจจะเขียนตอนจบงานปัจฉิมนิเทศน์) แต่ด้วยว่าถ้าเราเขียนโดยรวมมันก็ไม่ได้อะไร ใจจริง ๆ ตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้เก็บไว้เป็นความทรงจำส่วนตัวเฉย ๆ ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากมาย โดยจะเขียนถึงเรื่องราวชีวิตของเรากับโรงเรียน "วัดอุดมรังสี" ในระยะเวลา 11 ปี ที่ได้อยู่                              ช่วง ปี 2549-2550 (ตอนนั้นอายุประมาณ 4-5 ขวบ) มันเป็นช่วงที่ต้องหาที่เรียนชั้นอนุบาล ก็เลยเริ่มหาโรงเรียนใกล้บ้าน ก็ไปเจอโรงเรียนหนึ่ง "โรงเรียนวัดอุดมรังสี" เป็นโรงเรียนที่ใกล้บ้านเรามาก ๆ พอถึงวันสมัครพ่อกับแม่ก็พาไปสมัคร จำได้ว่าปีนั้นก็มีคนพาลูกหลานตัวเองไปสมัครชั้นอนุบาลเป็นจำนวนมากกกกกกก (มากจริง ๆ) จนถึงขั้นมีการจับฉลากรับนักเรียนเข้าระดับชั้นอนุบาล ทีนี้แหละถึงคิวอีซัน!!! โชคชะตาไม่ได้เข้าข้างเลย ไม่ได้เข้าจ้าา ร้องไห้จ้าา แต่น้าชายก็ไปคุยกะครูหรือใครนี่แหละให้เราเข้า สุดท้ายก็ได้เข้าา โชคชะตาเข้าข้างเร...
โพสต์ล่าสุด

สังคมยุคใหม่ ตอนที่ 2 (ตอนจบ)

       (ต่อจากตอนที่1)        เดี๋ยวนี้ผู้คนติดเทคโนโลยีมาก จนลืมคนกลุ่มหนึ่ง ที่เค้ารอคุณวางโทรศัพท์แล้วไปหาหาเค้า คุณนึกออกมั้ยว่าคนกลุ่มนั้นคือใคร...        "ครอบครัว" ของคุณไง คุณรู้มั้ย บางทีเค้าก็เห็นคุณนั่งเล่นโทรศัพท์เป็นเวลานาน พ่อแม่ หรือคนอื่น ๆ เค้าก็รอคุณเปลี่ยนอิริยาบทมานั่งคุยกับท่าน "เป็นไงบ้างลูก" "เย็นนี้กินอะไรดี" "ว่าง ๆ เราไปเที่ยวไหนดีลูก" "มีอะไรก็คุยกับพ่อแม่บ้างนะลูกนะ" คุณไม่อยากได้ยินคำเหล่านี้จากปากท่านหรือ???        อ๋อ...หรือคุณอยากได้ยินประโยคเหล่านี้จากคนอื่น ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตคุณอีกกลุ่มหนึ่ง ใครจะรู้ เค้าอาจจะถามเฉย ๆ ไม่ได้มาจากใจจริง คุณควรจะย้อนกลับไปฟังประโยคที่จริงใจจากครอบครัวคุณบ้างนะ อย่าให้โลกจอมปลอมมาทำลายมิตรภาพระหว่างคนในครอบครัว        เดี๋ยวนี้นะ มีแต่ข่าวไม่รื่นหูเลย เอะอะก็ทะเลาะกัน เอะอะก็ฆ่ากัน สังคมไทยมันถึงคราวเปลี่ยนแปลงจริง ๆ หรือ... เคยคิด ทำไมเราไม่ไปอยู่ในยุคก่อนนะ ยุคที่คนไทยเป็นมิตรต่อกัน ยุคที่เป็นสยามเมืองยิ้มของแท...

สังคมยุคใหม่ ตอนที่ 1

       สังคมยุคใหม่นั้น...เห้อ ก็อย่างที่เห็น        จะมาบ่นให้ฟังในตอนที่ 1        เราจะเห็นได้ว่า สังคมยุคใหม่นั้นอาจจะเต็มไปด้วยความโหดร้ายทารุณ จากมนุษย์บางกลุ่มนั่นแหละ เอะอะมันก็ฆ่ากัน เอะอะมันก็ชกกันต่อยกันตีกัน ข่าวก็ออกทุกวันไม่เหลือพื้นที่ชื่นชมคุณงามความดีของคนบางกลุ่มเลย มือก็หยิบหนังสือพิมพ์ สายตาก็จดจ้องไปที่พาดหัวข่าวตัวเบ้อเริ่ม!! สลด! พ่อฆ่าลูกน้อยวัย 9 เดือน เอาอีกแล้วหรอ ไอ้เราก็คิดในใจ มึงเป็นคนทำให้ลูกมึงเกิดขึ้นมาเอง มึงยังจะฆ่าอีกเหรอ ไอเลว! แต่ก็คงไม่ได้มีแค่เราคนเดียวที่คิดอย่างนี้ ก็อย่างงั้นแหละ สังคมเรามันมีแต่เรื่องแบบนี้ เมื่อไหร่มันจะมีข่าว สุดยอดพลเมืองดี! เก็บกระเป๋าตังค์ส่งคืนตำรวจ สรุปเป็นของชาวต่างชาติ แล้วอย่างนู้นอย่างนี่ สังเกตเห็นนะ อีข่าวอย่างนี้แทบจะไม่เป็นจุดเด่นหรือเป็นประเด็นในข่าวเลย คนเราบุญมีแต่กรรมบัง ทำดีก็ไม่ได้หวังผลนะ แต่พอออกข่าวปุ๊บ มันกลายเป็นข่าวที่แทบไม่มีความสำคัญ ไม่เหลือพื้นที่ให้คนชื่นชมเลย        เปลี่ยนแนวบ้าง หดหู่ ต่อมาจะขอสาธยายถึงคนยุค...

วาเลนไทน์ (Valentine)

       เฮ้ย...วันนี้วาเลนไทน์        วาเลนไทน์ห่าอะไร...วันนี้วันพุธ        มันเป็นคำพูดสนุก ๆ สำหรับคนที่โดดเดี่ยวในวันวาเลนไทน์        เราเองก็เป็น 1 ในนั้น ที่พูดอย่างนั้น ถ้าจะให้เป็นภาษาตามยุคสมัยนี้ คงจะเรียกว่า "โสดแล้วพาล" ซึ่งก็น่าจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ เพราะว่าเวลาสมาคมคนโสดเห็นคนมีคู่เขากระหนุงกระหนิงปิงป่องแช่กันนั้น ก็คงจะเป็นธรรมดาที่จะอิจฉาตาร้อนผ่าว        สำหรับคนมีคู่ก็คงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปโดยปริยาย เสมือนหนึ่งว่าเขาเป็นเจ้าของวันวาเลนไทน์เลย คู่รักหลาย ๆ คู่ก็คงจะมีของเล็กน้อยให้กันอย่างพวกดอกกุหลาบ (มันก็มีทั้งจริงทั้งปลอม) ตุ๊กตา ของกิน (ที่เห็นบ่อย ๆ จะเป็นช็อคโกแลตกับลูกอม) และก็พวกของขวัญกระจิ๊บกระจ๊อย (เช่นรูปคู่ กรอบรูป กระดานไม้ที่ทำให้แฟน อะไรเทือกนั้น) ซึ่ง คนให้ก็แฮปปี้ คนรับก็ออกจะเขิน ๆ ไปหน่อย        สำหรับคนโสดที่เหมือนไม่โสดนั้น ก็จะได้รับผลบุญก็คือมีคนฝากกุหลาบมาให้เอย มีคนฝากขนมมาให้เอย หรืออาจจะมาให้กับมือเอง แต่นั่นก็เป...

ขอให้เหมือนเดิม (I want things to remain the same)

"ไม่ต้องรักเท่าฟ้า แต่ขอให้รักเท่าเดิม ไม่ต้องมีเพิ่มเติม แต่รักไม่น้อยลงไป ไม่ต้องรักจนชั่วนิรันดร์ ตราบที่ฉันนั้นยังหายใจ ขอให้เหมือนเดิม ขอให้เหมือนเดิม..."  (ขอให้เหมือนเดิม : BUDOKAN)        มีโอกาสได้ฟังเพลง "ขอให้เหมือนเดิม" ของ "BUDOKAN" เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยอมรับเลยว่าแต่ก่อนไม่เคยได้ยินเพลงนี้ (สาบาน!) จนเห็นเพลงนี้ขึ้นใน Youtube บ่อย ๆ เลยลองกดเข้าไปฟัง        พระเจ้า!!! เพลงนี้ช่างโดนใจฉันเสียเหลือเกิน (ในแง่มุมคนที่ไร้ความรักนั้น ก็คงจะต้องฟังเพลงแบบนี้สินะ)         ฉันพอจะเข้าใจคนคนหนึ่ง ไม่ได้ต้องการให้ใครมารักตัวเองมากมายอะไรขนาดนั้น เขายังคงอยากให้ความรักที่จะมอบให้นั้นเป็นความรักที่ธรรมดา ๆ ปกติ ๆ ไม่ต้องมีอะไรมากมาย แหม่! เป็นความรักที่พอเพียงแต่กินใจเหลือเกิน        แต่ก็จริงนะ เราไม่ต้องการความรักที่มันเวอร์วังอลังการบานตะไทอะไรขนาดนั้น (เวอร์ไหมล่ะคุณ???) เพียงแค่รักธรรมดาที่มาจากใจนั้น ก็คงจะมีค่าสำหรับคนคนหนึ่งแล้ว ไม่ต้องรักใครมากกว่าเดิม ไม่ต้องทำอะไรให้...

กาลเทศะ (Time Place)

             เรื่องในวันนี้ที่จะปรากฏแก่สายตาของผู้อ่าน ขอบอกว่าเป็นเรื่องแรกที่เขียนด้วยความที่ไม่พอใจกับสิ่งที่เด็กบางคน ทำให้ผู้ใหญ่เห็น...เราโกรธแทนผู้ใหญ่กลุ่มนั้นนะ        กาลเทศะ เป็นอะไรที่มนุษย์ทุกคนควรรู้และควรมี แล้วเป็นอะไรที่เป็นพื้นฐานของสิ่งที่เรียกว่า 'มารยาท" ด้วย เป็นไปได้เหรอที่คนเราจะเป็นคนไม่รู้จักกาลเทศะ        ครับ มันมีแน่นอนครับท่าน ท่านไม่ได้เข้าใจผิดครับ ท่านคงจะเคยเจอกับตัวเองแน่        แล้วเด็กบางคนในยุคสมัยเทคโนโลยีครอบงำกระทำอยู่นั้น บางคนก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรควรอะไรไม่ควร คิดจะทำอะไรสนุก ๆ ตามอำเภอใจตลอดเวลา โดยไม่คำนึงถึงอารมณ์และความรู้สึกของคนที่ฟังเราเลยเนาะ นอกจากพ่อ-แม่ ญาติ ๆ ก็คุณครูนี่แหละครับที่เราควรให้ความเคารพและควรทำตนให้ดี เพราะคุณครูนั้นไม่ได้รู้จักคุณเป็นการส่วนตัวที่ขนาดจะทราบถึงนิสัยของคุณหรอกครับ        สิ่งที่เราเจอเราขอสรุปตามความเข้าใจและตามประสบการณ์ เกี่ยวกับเด็กที่พูดอะไรไม่รู้จักกาลเทศะนะครับ (กรณีนี้พบเจอมากที...

อึดอัด (Awkward)

       อึดอัดว่ะ!!!        เสียงเหล่านี้มันยังคงก้องอยู่ในใจ เวลาเราอึดอัด มีอะไรแล้วมันพูดออกไปไม่ได้        เชื่อเลยว่าหลายคนก็เคยเป็น ในหัวสมองมีเรื่องให้คิดเยอะแยะมากมาย ถ้าเปรียบความคิดของเราในหัวสมองล่ะก็ เหมือนเส้นด้ายเส้นเชือกมันพันกันยุ่งเหยิงกว่าจะแก้ให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมมันก็ใช้เวลา ความคิดของเราก็เช่นกัน เยอะแยะไปหมด ไม่รู้จะกำจัดมันออกไปอย่างไร เก็บไว้ก็อึดอัด รกหัวเปล่า ๆ        จะบอกว่าให้ควักเรื่องเหล่านั้นออกมาจากสมอง แล้วก็ทิ้งไป อย่างนั้นเหรอ...ตลกแล้วคุณ!        การกำจัดความคิดมันก็มีอยู่หลายแบบนะ แต่มันก็แล้วแต่เราว่าจะเลือกกำจัดแบบนั้น ค่อย ๆ กำจัด หรือกำจัดไปให้หมด        ลองคิดดูนะ สมมุติว่าคุณเห็นกองกระดาษสองกองอยู่ในห้องเก็บของ ซึ่งคุณไม่รู้หรอก ว่ากระดาษในกองนั้นน่ะ มีอะไรอยู่บ้าง เพราะมันวางซ้อนเป็นชั้น ๆ นายเอ เลือกที่จะหยิบกระดาษขึ้นมาดูทีละแผ่น แล้วก็เลือกที่จะแยกกองอีกทีหนึ่ง กองแรกคือกองที่จะเก็บไว้ กองที่สอง คือกองที่จะขายหรื...