จริง ๆ...ก็อยากจะมาเขียนเรื่องนี้นานแล้ว (ตั้งใจจะเขียนตอนจบงานปัจฉิมนิเทศน์) แต่ด้วยว่าถ้าเราเขียนโดยรวมมันก็ไม่ได้อะไร ใจจริง ๆ ตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้เก็บไว้เป็นความทรงจำส่วนตัวเฉย ๆ ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากมาย โดยจะเขียนถึงเรื่องราวชีวิตของเรากับโรงเรียน "วัดอุดมรังสี" ในระยะเวลา 11 ปี ที่ได้อยู่ ช่วง ปี 2549-2550 (ตอนนั้นอายุประมาณ 4-5 ขวบ) มันเป็นช่วงที่ต้องหาที่เรียนชั้นอนุบาล ก็เลยเริ่มหาโรงเรียนใกล้บ้าน ก็ไปเจอโรงเรียนหนึ่ง "โรงเรียนวัดอุดมรังสี" เป็นโรงเรียนที่ใกล้บ้านเรามาก ๆ พอถึงวันสมัครพ่อกับแม่ก็พาไปสมัคร จำได้ว่าปีนั้นก็มีคนพาลูกหลานตัวเองไปสมัครชั้นอนุบาลเป็นจำนวนมากกกกกกก (มากจริง ๆ) จนถึงขั้นมีการจับฉลากรับนักเรียนเข้าระดับชั้นอนุบาล ทีนี้แหละถึงคิวอีซัน!!! โชคชะตาไม่ได้เข้าข้างเลย ไม่ได้เข้าจ้าา ร้องไห้จ้าา แต่น้าชายก็ไปคุยกะครูหรือใครนี่แหละให้เราเข้า สุดท้ายก็ได้เข้าา โชคชะตาเข้าข้างเร...
(ต่อจากตอนที่1) เดี๋ยวนี้ผู้คนติดเทคโนโลยีมาก จนลืมคนกลุ่มหนึ่ง ที่เค้ารอคุณวางโทรศัพท์แล้วไปหาหาเค้า คุณนึกออกมั้ยว่าคนกลุ่มนั้นคือใคร... "ครอบครัว" ของคุณไง คุณรู้มั้ย บางทีเค้าก็เห็นคุณนั่งเล่นโทรศัพท์เป็นเวลานาน พ่อแม่ หรือคนอื่น ๆ เค้าก็รอคุณเปลี่ยนอิริยาบทมานั่งคุยกับท่าน "เป็นไงบ้างลูก" "เย็นนี้กินอะไรดี" "ว่าง ๆ เราไปเที่ยวไหนดีลูก" "มีอะไรก็คุยกับพ่อแม่บ้างนะลูกนะ" คุณไม่อยากได้ยินคำเหล่านี้จากปากท่านหรือ??? อ๋อ...หรือคุณอยากได้ยินประโยคเหล่านี้จากคนอื่น ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตคุณอีกกลุ่มหนึ่ง ใครจะรู้ เค้าอาจจะถามเฉย ๆ ไม่ได้มาจากใจจริง คุณควรจะย้อนกลับไปฟังประโยคที่จริงใจจากครอบครัวคุณบ้างนะ อย่าให้โลกจอมปลอมมาทำลายมิตรภาพระหว่างคนในครอบครัว เดี๋ยวนี้นะ มีแต่ข่าวไม่รื่นหูเลย เอะอะก็ทะเลาะกัน เอะอะก็ฆ่ากัน สังคมไทยมันถึงคราวเปลี่ยนแปลงจริง ๆ หรือ... เคยคิด ทำไมเราไม่ไปอยู่ในยุคก่อนนะ ยุคที่คนไทยเป็นมิตรต่อกัน ยุคที่เป็นสยามเมืองยิ้มของแท...