ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กาลเทศะ (Time Place)

     
       เรื่องในวันนี้ที่จะปรากฏแก่สายตาของผู้อ่าน ขอบอกว่าเป็นเรื่องแรกที่เขียนด้วยความที่ไม่พอใจกับสิ่งที่เด็กบางคน ทำให้ผู้ใหญ่เห็น...เราโกรธแทนผู้ใหญ่กลุ่มนั้นนะ
       กาลเทศะ เป็นอะไรที่มนุษย์ทุกคนควรรู้และควรมี แล้วเป็นอะไรที่เป็นพื้นฐานของสิ่งที่เรียกว่า 'มารยาท" ด้วย เป็นไปได้เหรอที่คนเราจะเป็นคนไม่รู้จักกาลเทศะ
       ครับ มันมีแน่นอนครับท่าน ท่านไม่ได้เข้าใจผิดครับ ท่านคงจะเคยเจอกับตัวเองแน่
       แล้วเด็กบางคนในยุคสมัยเทคโนโลยีครอบงำกระทำอยู่นั้น บางคนก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรควรอะไรไม่ควร คิดจะทำอะไรสนุก ๆ ตามอำเภอใจตลอดเวลา โดยไม่คำนึงถึงอารมณ์และความรู้สึกของคนที่ฟังเราเลยเนาะ นอกจากพ่อ-แม่ ญาติ ๆ ก็คุณครูนี่แหละครับที่เราควรให้ความเคารพและควรทำตนให้ดี เพราะคุณครูนั้นไม่ได้รู้จักคุณเป็นการส่วนตัวที่ขนาดจะทราบถึงนิสัยของคุณหรอกครับ
       สิ่งที่เราเจอเราขอสรุปตามความเข้าใจและตามประสบการณ์ เกี่ยวกับเด็กที่พูดอะไรไม่รู้จักกาลเทศะนะครับ (กรณีนี้พบเจอมากที่สุดคือ เด็ก-คุณครู)
       1.เวลาคุณครูวานให้ทำอะไร สิ่งแรกที่เด็กกลุ่มนั้นจะทำ "โหครู ใช้คนอื่นดิ หนูไม่ว่าง" เราเคยได้ยินคำนี้ เราปรี๊ดมาก ปรี๊ดสุดขีด แต่พูดอะไรไม่ได้ ได้แต่คิดในใจว่า "ครูใช้แค่นี้ทำมาเป็นบ่น ทีครูเค้าสอนเมิงไม่รู้จักพักจักผ่อนไม่รู้จักเหนื่อยเค้ายังไม่บ่นอะไรเลย ครูใช้ก็ทำทำไป ไม่ไหวก็ให้เพื่อนช่วยหรือบอกกับครูดี ๆ เวรกรรม!!!" สุดจะทนจริง ๆ ถ้าเราเป็นครูเราก็ได้แต่นั่งเงียบแล้วกัดฟันพูดว่า "ไม่เป็นไรลูก ขอบใจนะ" แต่คุณไม่คิดจะย้อนไปถามตัวเองหน่อยเหรอว่าสิ่งที่คุณพูดไปนั้น มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าประทับใจ ไม่ไพเราะเสนาะหูครูเลยนะ นี่คือข้อแรกที่เราอยากให้คุณคิด
       2.เวลาคุณครูสอน เตือนสติเรา เรากลับลอยหน้าลอยตาไม่เปิดหู ไม่เปิดใจรับฟังเลย แล้วมาบ่นรำคาญ คุณไม่ลองคิดอะไรหน่อยเหรอ ถ้าพวกคุณไม่ทำอะไรผิด คุณครูจะไม่พูดอย่างนั้นเลย แต่นี่พวกคุณทำผิด คุณครูจึงได้พูดเช่นนั้น แล้วคุณน่ะลืมอะไรไปหรือเปล่าว่า คุณรำคาญแค่คุณครูมาเตือนสติเรามาบ่น จ้ำจี้จ้ำไชกับเรามากมายหรือตลอดเวลาเนี่ย ไม่ได้นึกเลยหรือว่าคุณครูเค้าก็ไม่อยากจะมาพูดอะไรแบบนี้ทั้ง ๆ ที่รู้ว่านักเรียนไม่ชอบ แต่มันเป็นหน้าที่ที่คุณครูคนหนึ่งจะทำได้ดีที่สุด คุณไม่ลองเอาคำพวกนั้นไปปรับปรุงตัวล่ะ อนาถจัง!!! นี่ก็คือข้อที่สองที่เราอยากให้คุณคิด
       3.อันนี้ข้อสุดท้าย เวลาจะพูดอะไรกับคุณครูน่ะ ดูอารมณ์ ดูสีหน้า และดูสถานภาพหน่อยนะ ครูเป็นผู้ใหญ่ เราเป็นเพียงเด็ก ต่างคนต่างไม่ได้รู้จักกันมาตั้งแต่เกิด เอาจริง ๆ คุณไม่ได้เป็น 1 ในสมาชิกครอบครัวคุณครูเลย คุณครูก็ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวของคุณ เพราะฉะนั้น อย่าพูดอย่าทำอะไรที่มันไม่เหมาะสมกับคนที่ไม่สนิทกับคุณจริงแม้กระทั่งคุณครูเนี่ย เว้นไว้หน่อยเน้อ แล้วคุณจะเสียใจทีหลัง
       เราเองก็ยอมรับว่าเคยพูดไม่ดีกับคุณครูหลายท่าน แต่ด้วยจิตสำนึกที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก รู้ว่าอะไรที่พูดแล้วไม่ดียิ่งอยู่ต่อหน้า เราเลือกที่จะยกมือไหว้ขอโทษไปเลย มันง่ายดี ถึงครูบางคนอาจจะเฟลล์นิด ๆ แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้มันยืดยาวไป เราก็รู้สึกไม่ดีนะ แล้วก็เก็บกลับมาคิด
       จำไว้เลย คุณครูก็เหมือนพ่อ-แม่อีกท่านของเรา ถนอมในน้ำใจ รักษากิริยามารยาท สำนึกในพระคุณของคุณครูที่เคยอบรมบ่มวิชา มอบความรู้ ความรัก ความหวังดีที่ท่านมอบให้เราโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน สิ่งที่คุณครูนั้นอยากได้ที่สุดจากการประกอบอาชีพนี้คือ "ศิษย์เป็นคนดี มีอนาคตดี" เพราะฉะนั้น คุณครูเป็นอีกบุคคลที่คุณไม่ควรจะลืมเลย เราทุกคนต่างมีครู ครูจะเป็นอย่างไรท่านก็คือครู สิ่งที่เราควรทำตอนนี้ก็คือ ตั้งใจเรียน ไม่ทำให้คุณครูผิดหวัง เท่านั้นคุณครูทุกท่านก็ชื่นใจแล้วล่ะคุณเอ๋ย
#เป็นนักเรียนที่ดีรู้จักกาลเทศะเวลาจะพูดกับคุณครู
#มวลมนุษย์พึงรู้จักกาลเทศะ
#เคารพคุณครูรักคุณครูให้มากๆนะจ๊ะ
>>สุดท้าย คนเขียนก็ขอโทษคุณครูที่เคยพูดไม่ดี เคยทำไม่ดี ดื้อรั้นไปบ้าง แต่ยังไงศิษย์คนนี้ก็ยังรักคุณครูนะขอรับบ^^

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ขอให้เหมือนเดิม (I want things to remain the same)

"ไม่ต้องรักเท่าฟ้า แต่ขอให้รักเท่าเดิม ไม่ต้องมีเพิ่มเติม แต่รักไม่น้อยลงไป ไม่ต้องรักจนชั่วนิรันดร์ ตราบที่ฉันนั้นยังหายใจ ขอให้เหมือนเดิม ขอให้เหมือนเดิม..."  (ขอให้เหมือนเดิม : BUDOKAN)        มีโอกาสได้ฟังเพลง "ขอให้เหมือนเดิม" ของ "BUDOKAN" เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยอมรับเลยว่าแต่ก่อนไม่เคยได้ยินเพลงนี้ (สาบาน!) จนเห็นเพลงนี้ขึ้นใน Youtube บ่อย ๆ เลยลองกดเข้าไปฟัง        พระเจ้า!!! เพลงนี้ช่างโดนใจฉันเสียเหลือเกิน (ในแง่มุมคนที่ไร้ความรักนั้น ก็คงจะต้องฟังเพลงแบบนี้สินะ)         ฉันพอจะเข้าใจคนคนหนึ่ง ไม่ได้ต้องการให้ใครมารักตัวเองมากมายอะไรขนาดนั้น เขายังคงอยากให้ความรักที่จะมอบให้นั้นเป็นความรักที่ธรรมดา ๆ ปกติ ๆ ไม่ต้องมีอะไรมากมาย แหม่! เป็นความรักที่พอเพียงแต่กินใจเหลือเกิน        แต่ก็จริงนะ เราไม่ต้องการความรักที่มันเวอร์วังอลังการบานตะไทอะไรขนาดนั้น (เวอร์ไหมล่ะคุณ???) เพียงแค่รักธรรมดาที่มาจากใจนั้น ก็คงจะมีค่าสำหรับคนคนหนึ่งแล้ว ไม่ต้องรักใครมากกว่าเดิม ไม่ต้องทำอะไรให้...

แอบมอง (Peek)

       คุณเคยลองแอบมองใครสักคนไหม??? แล้วความรู้สึกเป็นอย่างไร???        เป็นธรรมดาที่หัวใจเรากำลังต้องการยืมใบหน้าหรือยืมตัวใครคนหนึ่ง มามโนว่าเขาเป็นคนของเรา เวลาเราทำอะไรเราก็มโนว่าเขาก็อยู่กับเรา ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว เขาอยู่ไกลจากคุณคนละซีกโลกเลยนะนั่น        แต่การเป็นคนที่แอบมองนั้นใช่ว่ามันจะเจ็บหรือมันไม่ได้ดั่งใจหรือไม่ได้หมายความว่าคุณจะแห้วนะ ดีเสียอีก เป็นความสุขทางสายตาของเรา การที่เราแอบมองใครคนนั้นแล้วเขามีความสุขนั้น เราก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย แต่ถ้าเขาเกิดเศร้าขึ้นมาล่ะ เราก็อาจจะเป็นฮีโร่หรืออัศวินขี่ม้าขาวไปปลอบเขาก็ได้นะ ยังดีกว่าคนที่ไม่คิดจะทำอะไรเลยแล้วยัง..........ไปชอบเค้ายังจะทำให้เขาสนใจอีก สู้แอบมองห่าง ๆ แล้วไปเป็นฮีโร่ในอนาคตยังไม่ดีกว่าเหรอ        เราก็เคยนะแอบมองคนคนนั้นแล้วเราก็ยิ้มตามไป มันมีความสุขดี แม้ว่าในสายตาเขาไม่มีเราอยู่เลยก็ตาม การแอบมองก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ ไม่อึดอัดทั้งสองฝ่าาย เราก็ไม่อึดอัดถึงอยากจะสารภาพความในใจสักเท่าไหนก็ตาม แค่มองตามองใบหน้าน...