ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สังคมยุคใหม่ ตอนที่ 1


       สังคมยุคใหม่นั้น...เห้อ ก็อย่างที่เห็น
       จะมาบ่นให้ฟังในตอนที่ 1
       เราจะเห็นได้ว่า สังคมยุคใหม่นั้นอาจจะเต็มไปด้วยความโหดร้ายทารุณ จากมนุษย์บางกลุ่มนั่นแหละ เอะอะมันก็ฆ่ากัน เอะอะมันก็ชกกันต่อยกันตีกัน ข่าวก็ออกทุกวันไม่เหลือพื้นที่ชื่นชมคุณงามความดีของคนบางกลุ่มเลย มือก็หยิบหนังสือพิมพ์ สายตาก็จดจ้องไปที่พาดหัวข่าวตัวเบ้อเริ่ม!! สลด! พ่อฆ่าลูกน้อยวัย 9 เดือน เอาอีกแล้วหรอ ไอ้เราก็คิดในใจ มึงเป็นคนทำให้ลูกมึงเกิดขึ้นมาเอง มึงยังจะฆ่าอีกเหรอ ไอเลว! แต่ก็คงไม่ได้มีแค่เราคนเดียวที่คิดอย่างนี้ ก็อย่างงั้นแหละ สังคมเรามันมีแต่เรื่องแบบนี้ เมื่อไหร่มันจะมีข่าว สุดยอดพลเมืองดี! เก็บกระเป๋าตังค์ส่งคืนตำรวจ สรุปเป็นของชาวต่างชาติ แล้วอย่างนู้นอย่างนี่ สังเกตเห็นนะ อีข่าวอย่างนี้แทบจะไม่เป็นจุดเด่นหรือเป็นประเด็นในข่าวเลย คนเราบุญมีแต่กรรมบัง ทำดีก็ไม่ได้หวังผลนะ แต่พอออกข่าวปุ๊บ มันกลายเป็นข่าวที่แทบไม่มีความสำคัญ ไม่เหลือพื้นที่ให้คนชื่นชมเลย
       เปลี่ยนแนวบ้าง หดหู่ ต่อมาจะขอสาธยายถึงคนยุค 4.0 อะไรอะไรก็โทรศัพท์ ตื่นนอนก็โทรศัพท์ กินข้าวก็โทรศัพท์ อยู่กับเพื่อนก็โทรศัพท์ ไปไหนก็โทรศัพท์ ถามจริงเถอะ ขาดโทรศัพท์เหมือนขาดใจตายหรอ ก็จริงนะที่คนเราจะยึดติดกับปัจจัยที่ 5 อย่างโทรศัพท์ บางทีก็เข้าใจนะว่าคนเรามันเหงา ไม่มีอะไรทำ ก็หยิบโทรศัพท์มาเล่นนู่นดูนี่ แต่อยากจะบอกว่า ไอปัจจัยที่ 5 ของคุณนั้น กำลังปลูกฝังให้คุณเป็นคนเห็นแก่ตัว เริ่มแรก FACEBOOK , LINE , INSTRAGRAM , TWITTER ฯลฯ คุณนั่งเล่นมันเกือบทั้งวัน ไม่เป็นทำอะไรกิน งานมีก็ไม่ทำ นั่งเล่นอีพวกนี้ คนในครอบครัวก็นั่งอยู่กับคุณ ก็ยังนั่งเล่นกับอีพวกนี้ พอจะทำอะไร ก็ลงอวดกับอีสื่อพวกนี้ ถามจริงเถอะ ถ้าอยู่ดี ๆ สื่อพวกนี้โดนปิดหรือหายไปจากโลกนี้ จะตายกันมั้ย ถ้าตายก็คงตายกันครึ่งค่อนโลกสินะ แล้วทำไมไม่ลองพักสายตาพักการเล่นพวกนี้มาทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ด้วยล่ะ กีฬา , ฟังเพลง , อ่านหนังสือ , เดินชมสวน , หรือไปเที่ยวล่ะ จะเล่นน่ะมันเล่นได้นะ แต่แบ่งเวลาให้มันถูกต้องและเหมาะสมก็จะดีมากเลย ลองหันมาทำกิจกรรมอื่น ๆ บ้างนะ แล้วชีวิตคุณจะมีความสุข
       คนเราก็เหมือนกัน เดี๋ยวนี้นะเห็นแก่ตัวชิพเป๋ง...ถึงตอนนี้จะทำอะไรก็ตาม หากมีคนอื่นใช้หรือให้คุณช่วยอะไรที่มันเหมือนเป็นกันแสดงน้ำใจนั้น...หนีกันเฉยเลย ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนยุคนี้ คำว่าน้ำใจ??? ได้แกะมาใช้หรือเปล่า หรือเก็บน้ำใจไว้ในขวดแก้วมิทราบ??? มันจะทำให้คนอื่นมองคุณว่าเป็นคนไร้น้ำใจและเป็นที่ติฉินนินทาของผู้อื่นได้เลยนะ อันนี้เจอมากับตัว บางทีเราต้องการจะให้ช่วยเราในบางเรื่อง ผลตอบเรา บางทีก็เดินหนีบ้าง ทำเป็นไม่สนใจบ้าง แต่ก็ไม่ได้สน การกระทำหรือการแสดงออกนั้นบ่งบอกถึงสันดาน!! (ขอใช้คำนี้ ถ้าใช้คำว่านิสัยมันจะดูเฉยชาไป) ของคุณแหละ และที่สำคัญ........................... #โปรดติดตามตอนต่อไป.... 😋😋😋
     

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กาลเทศะ (Time Place)

             เรื่องในวันนี้ที่จะปรากฏแก่สายตาของผู้อ่าน ขอบอกว่าเป็นเรื่องแรกที่เขียนด้วยความที่ไม่พอใจกับสิ่งที่เด็กบางคน ทำให้ผู้ใหญ่เห็น...เราโกรธแทนผู้ใหญ่กลุ่มนั้นนะ        กาลเทศะ เป็นอะไรที่มนุษย์ทุกคนควรรู้และควรมี แล้วเป็นอะไรที่เป็นพื้นฐานของสิ่งที่เรียกว่า 'มารยาท" ด้วย เป็นไปได้เหรอที่คนเราจะเป็นคนไม่รู้จักกาลเทศะ        ครับ มันมีแน่นอนครับท่าน ท่านไม่ได้เข้าใจผิดครับ ท่านคงจะเคยเจอกับตัวเองแน่        แล้วเด็กบางคนในยุคสมัยเทคโนโลยีครอบงำกระทำอยู่นั้น บางคนก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรควรอะไรไม่ควร คิดจะทำอะไรสนุก ๆ ตามอำเภอใจตลอดเวลา โดยไม่คำนึงถึงอารมณ์และความรู้สึกของคนที่ฟังเราเลยเนาะ นอกจากพ่อ-แม่ ญาติ ๆ ก็คุณครูนี่แหละครับที่เราควรให้ความเคารพและควรทำตนให้ดี เพราะคุณครูนั้นไม่ได้รู้จักคุณเป็นการส่วนตัวที่ขนาดจะทราบถึงนิสัยของคุณหรอกครับ        สิ่งที่เราเจอเราขอสรุปตามความเข้าใจและตามประสบการณ์ เกี่ยวกับเด็กที่พูดอะไรไม่รู้จักกาลเทศะนะครับ (กรณีนี้พบเจอมากที...

ขอให้เหมือนเดิม (I want things to remain the same)

"ไม่ต้องรักเท่าฟ้า แต่ขอให้รักเท่าเดิม ไม่ต้องมีเพิ่มเติม แต่รักไม่น้อยลงไป ไม่ต้องรักจนชั่วนิรันดร์ ตราบที่ฉันนั้นยังหายใจ ขอให้เหมือนเดิม ขอให้เหมือนเดิม..."  (ขอให้เหมือนเดิม : BUDOKAN)        มีโอกาสได้ฟังเพลง "ขอให้เหมือนเดิม" ของ "BUDOKAN" เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยอมรับเลยว่าแต่ก่อนไม่เคยได้ยินเพลงนี้ (สาบาน!) จนเห็นเพลงนี้ขึ้นใน Youtube บ่อย ๆ เลยลองกดเข้าไปฟัง        พระเจ้า!!! เพลงนี้ช่างโดนใจฉันเสียเหลือเกิน (ในแง่มุมคนที่ไร้ความรักนั้น ก็คงจะต้องฟังเพลงแบบนี้สินะ)         ฉันพอจะเข้าใจคนคนหนึ่ง ไม่ได้ต้องการให้ใครมารักตัวเองมากมายอะไรขนาดนั้น เขายังคงอยากให้ความรักที่จะมอบให้นั้นเป็นความรักที่ธรรมดา ๆ ปกติ ๆ ไม่ต้องมีอะไรมากมาย แหม่! เป็นความรักที่พอเพียงแต่กินใจเหลือเกิน        แต่ก็จริงนะ เราไม่ต้องการความรักที่มันเวอร์วังอลังการบานตะไทอะไรขนาดนั้น (เวอร์ไหมล่ะคุณ???) เพียงแค่รักธรรมดาที่มาจากใจนั้น ก็คงจะมีค่าสำหรับคนคนหนึ่งแล้ว ไม่ต้องรักใครมากกว่าเดิม ไม่ต้องทำอะไรให้...

แอบมอง (Peek)

       คุณเคยลองแอบมองใครสักคนไหม??? แล้วความรู้สึกเป็นอย่างไร???        เป็นธรรมดาที่หัวใจเรากำลังต้องการยืมใบหน้าหรือยืมตัวใครคนหนึ่ง มามโนว่าเขาเป็นคนของเรา เวลาเราทำอะไรเราก็มโนว่าเขาก็อยู่กับเรา ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว เขาอยู่ไกลจากคุณคนละซีกโลกเลยนะนั่น        แต่การเป็นคนที่แอบมองนั้นใช่ว่ามันจะเจ็บหรือมันไม่ได้ดั่งใจหรือไม่ได้หมายความว่าคุณจะแห้วนะ ดีเสียอีก เป็นความสุขทางสายตาของเรา การที่เราแอบมองใครคนนั้นแล้วเขามีความสุขนั้น เราก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย แต่ถ้าเขาเกิดเศร้าขึ้นมาล่ะ เราก็อาจจะเป็นฮีโร่หรืออัศวินขี่ม้าขาวไปปลอบเขาก็ได้นะ ยังดีกว่าคนที่ไม่คิดจะทำอะไรเลยแล้วยัง..........ไปชอบเค้ายังจะทำให้เขาสนใจอีก สู้แอบมองห่าง ๆ แล้วไปเป็นฮีโร่ในอนาคตยังไม่ดีกว่าเหรอ        เราก็เคยนะแอบมองคนคนนั้นแล้วเราก็ยิ้มตามไป มันมีความสุขดี แม้ว่าในสายตาเขาไม่มีเราอยู่เลยก็ตาม การแอบมองก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ ไม่อึดอัดทั้งสองฝ่าาย เราก็ไม่อึดอัดถึงอยากจะสารภาพความในใจสักเท่าไหนก็ตาม แค่มองตามองใบหน้าน...