ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทางเดิน (Walk Way)


       ในทุก ๆ ที่ ต่างก็มีเส้นทางเดินให้เราเดินหลายทาง เราต้องการไปที่ไหน เราก็เดินไปทางนั้น
       ใช่ ถูกแล้ว หากเรามีจุดมุ่งหมายของเราที่จะเดินไปทางนั้น เราก็เดินไปให้สุด ทางเดินก็เหมือนชีวิตคนเรานี่แหละ แม้จะมีหลายทางให้เราเดิน แต่เราเลือกเพียงแค่ทางเดียว ที่ใช่ และตรงกับความต้องการของเราที่สุด เราก็จะเลือกเดินทางนั้น
       ทางเดินของเรานั้น ไม่มีใครสามารถมากำหนดได้ ถึงเขากำหนดให้เราได้ แต่เราก็เลือกที่จะเลี่ยง เพื่อเดินไปในเส้นทางที่ตัวเองต้องการจะเดินมากที่สุด
       ในชีวิตก็เจอผู้คนมากมาย ต่างคนต่างก็มีเส้นทางของตัวเอง เราก็มีเส้นทางของเรา เขาก็มีเส้นทางของเขา เรื่องแบบนี้มันกำหนดให้กันไม่ได้ อยู่ดี ๆ เราจะไปบอก เฮ้ย เดินไปทางนี้ดิ ทางนี้ดีกว่า ทั้ง ๆ ที่เราชอบหรือต้องการที่จะเดินไปทางนี้ มันใช่หรอ???
       สมมุติว่าเราจะไปซื้อกาแฟเพราะเราต้องการที่จะดื่มกาแฟ แต่อีกคนดันไปบอก เฮ้ย ซื้อทำไมกาแฟ ไปทานข้าวร้านนั้นดีกว่า กาแฟก็มีข้าวก็มี ถามหรือยัง ว่าเขาต้องการข้าวด้วยมั้ย???
       นั่นแหละ ทางเดินของใครทางเดินของมัน มันไม่สามารถจะกำหนดให้ไปในทิศทางเดียวกันกับทุกคนได้หรอก เขาเลือกมาแล้วก็หมายถึงว่ามันผ่านกระบวนการคิดของเขามาแล้ว เราอย่าไปห้ามหรืออย่าไปแนะนำอะไรใครเขามาก เพราะสิ่งที่เค้าเลือกคือสิ่งที่ดีที่สุด
       ในบางที เราเลือกที่จะเดินเส้นทางนั้นเราก็สามารถเดินไปให้สุดทางหรือถึงจุดหมายตัวเองได้สำเร็จแต่ผิดกับบางคนที่เลือกทางเดินมาแล้ว กลับเขวไปทางอื่นทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว เราไม่ได้ต้องการจะไปทางนั้น แต่เราไปเพราะความไม่รู้ อันนี้ก็ไม่ผิดนะ เพราะบางคนต้องการจะเดินทางไปทางอื่นหรือที่ที่มีความหลากหลาย เพื่อเลือกว่า เออ!! ทางนี้แหละทางของเรา ก็เหมือนกับเราแหละ มีตัวเลือกเยอะเราก็เลือกซะหมดเลย แล้วมาพินิจพิจารณาอีกทีว่า ทางไหนกันแน่ที่เป็นทางของเรา
       สุดท้ายเราก็ต้องเลือกมา 1 เส้นทาง ที่เราต้องการหรือมีความมุ่งมั่นที่สุด เมื่อเลือกได้แล้ว เราก็ต้องเดินทางไปให้สุด ถึงแม้จะมีอุปสรรคขวางกั้นเราอยู่ แต่เราต้องเดินตามทางที่เราวางไว้
       พึงระลึกไว้ว่า เส้นทางของเรา อย่าให้คนอื่นกำกับมากเกินไป เพราะทางที่เขาเลือกให้อาจจะไม่ใช่ทางของเรา หรืออาจจะเป็นทางที่ไม่ได้มีอะไรดีเลย เขาอาจหลอกเรา เชื่อใจในตัวเองให้ได้มากที่สุด แล้วคุณจะเดินตามทางของคุณอย่างมีความสุข
#เส้นทางของเราเลือกให้ดีหากพลาดแล้วมันจะเริ่มต้นไม่ได้ต้องฝ่าฟันอีกยาวไกล
#จงเลือกทางเดินที่ใช่และจงเลือกทางเดินด้วยตัวเองอย่าให้คนอื่นเลือกให้

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กาลเทศะ (Time Place)

             เรื่องในวันนี้ที่จะปรากฏแก่สายตาของผู้อ่าน ขอบอกว่าเป็นเรื่องแรกที่เขียนด้วยความที่ไม่พอใจกับสิ่งที่เด็กบางคน ทำให้ผู้ใหญ่เห็น...เราโกรธแทนผู้ใหญ่กลุ่มนั้นนะ        กาลเทศะ เป็นอะไรที่มนุษย์ทุกคนควรรู้และควรมี แล้วเป็นอะไรที่เป็นพื้นฐานของสิ่งที่เรียกว่า 'มารยาท" ด้วย เป็นไปได้เหรอที่คนเราจะเป็นคนไม่รู้จักกาลเทศะ        ครับ มันมีแน่นอนครับท่าน ท่านไม่ได้เข้าใจผิดครับ ท่านคงจะเคยเจอกับตัวเองแน่        แล้วเด็กบางคนในยุคสมัยเทคโนโลยีครอบงำกระทำอยู่นั้น บางคนก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรควรอะไรไม่ควร คิดจะทำอะไรสนุก ๆ ตามอำเภอใจตลอดเวลา โดยไม่คำนึงถึงอารมณ์และความรู้สึกของคนที่ฟังเราเลยเนาะ นอกจากพ่อ-แม่ ญาติ ๆ ก็คุณครูนี่แหละครับที่เราควรให้ความเคารพและควรทำตนให้ดี เพราะคุณครูนั้นไม่ได้รู้จักคุณเป็นการส่วนตัวที่ขนาดจะทราบถึงนิสัยของคุณหรอกครับ        สิ่งที่เราเจอเราขอสรุปตามความเข้าใจและตามประสบการณ์ เกี่ยวกับเด็กที่พูดอะไรไม่รู้จักกาลเทศะนะครับ (กรณีนี้พบเจอมากที...

ขอให้เหมือนเดิม (I want things to remain the same)

"ไม่ต้องรักเท่าฟ้า แต่ขอให้รักเท่าเดิม ไม่ต้องมีเพิ่มเติม แต่รักไม่น้อยลงไป ไม่ต้องรักจนชั่วนิรันดร์ ตราบที่ฉันนั้นยังหายใจ ขอให้เหมือนเดิม ขอให้เหมือนเดิม..."  (ขอให้เหมือนเดิม : BUDOKAN)        มีโอกาสได้ฟังเพลง "ขอให้เหมือนเดิม" ของ "BUDOKAN" เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยอมรับเลยว่าแต่ก่อนไม่เคยได้ยินเพลงนี้ (สาบาน!) จนเห็นเพลงนี้ขึ้นใน Youtube บ่อย ๆ เลยลองกดเข้าไปฟัง        พระเจ้า!!! เพลงนี้ช่างโดนใจฉันเสียเหลือเกิน (ในแง่มุมคนที่ไร้ความรักนั้น ก็คงจะต้องฟังเพลงแบบนี้สินะ)         ฉันพอจะเข้าใจคนคนหนึ่ง ไม่ได้ต้องการให้ใครมารักตัวเองมากมายอะไรขนาดนั้น เขายังคงอยากให้ความรักที่จะมอบให้นั้นเป็นความรักที่ธรรมดา ๆ ปกติ ๆ ไม่ต้องมีอะไรมากมาย แหม่! เป็นความรักที่พอเพียงแต่กินใจเหลือเกิน        แต่ก็จริงนะ เราไม่ต้องการความรักที่มันเวอร์วังอลังการบานตะไทอะไรขนาดนั้น (เวอร์ไหมล่ะคุณ???) เพียงแค่รักธรรมดาที่มาจากใจนั้น ก็คงจะมีค่าสำหรับคนคนหนึ่งแล้ว ไม่ต้องรักใครมากกว่าเดิม ไม่ต้องทำอะไรให้...

แอบมอง (Peek)

       คุณเคยลองแอบมองใครสักคนไหม??? แล้วความรู้สึกเป็นอย่างไร???        เป็นธรรมดาที่หัวใจเรากำลังต้องการยืมใบหน้าหรือยืมตัวใครคนหนึ่ง มามโนว่าเขาเป็นคนของเรา เวลาเราทำอะไรเราก็มโนว่าเขาก็อยู่กับเรา ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว เขาอยู่ไกลจากคุณคนละซีกโลกเลยนะนั่น        แต่การเป็นคนที่แอบมองนั้นใช่ว่ามันจะเจ็บหรือมันไม่ได้ดั่งใจหรือไม่ได้หมายความว่าคุณจะแห้วนะ ดีเสียอีก เป็นความสุขทางสายตาของเรา การที่เราแอบมองใครคนนั้นแล้วเขามีความสุขนั้น เราก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย แต่ถ้าเขาเกิดเศร้าขึ้นมาล่ะ เราก็อาจจะเป็นฮีโร่หรืออัศวินขี่ม้าขาวไปปลอบเขาก็ได้นะ ยังดีกว่าคนที่ไม่คิดจะทำอะไรเลยแล้วยัง..........ไปชอบเค้ายังจะทำให้เขาสนใจอีก สู้แอบมองห่าง ๆ แล้วไปเป็นฮีโร่ในอนาคตยังไม่ดีกว่าเหรอ        เราก็เคยนะแอบมองคนคนนั้นแล้วเราก็ยิ้มตามไป มันมีความสุขดี แม้ว่าในสายตาเขาไม่มีเราอยู่เลยก็ตาม การแอบมองก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ ไม่อึดอัดทั้งสองฝ่าาย เราก็ไม่อึดอัดถึงอยากจะสารภาพความในใจสักเท่าไหนก็ตาม แค่มองตามองใบหน้าน...