ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เมื่อวาน (Yesterdday)


       เมื่อวาน...ก็เป็นเพียงแค่วันที่ผ่านมา
       เมื่อวานนี้เราใช้ชีวิตอย่างไร?...
       เมื่อวานนี้เราเจอกับอะไรบ้าง?...
       เมื่อวานของคุณนั้น แสนดี หรือ แสนเลว?...
       คุณลองนึกดูสิ...
       ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไม่กี่นาที ไม่กี่วัน ยังไงมันก็คือเมื่อวานสำหรับเรา สิ่งที่ผ่านไปในชีวิตเราทุกอย่างมันคือเมื่อวานที่ผ่านไปแล้วไม่มีวันย้อนกลับไปได้
       ความรู้สึกของคนเรามีเกิดขึ้นแล้วก็มีจางหายไป... บางสิ่งที่เราเพิ่งทำไป เผลอประเดี๋ยวเดียวมันก็กลายเป็นอดีตไปเรียบร้อยแล้ว ต่อให้เป็นอดีตที่แสนดีหรือเลวร้ายแค่ไหน ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ผ่านไปในชีวิตเราแล้ว
       ทุกอย่างที่เราได้ทำลงไปแล้ว อย่าลืมว่ามันไม่สามารถกลับมาแก้ไขไม่ได้ คุณจงทำสิ่งที่ดีที่สุดในทุก ๆ ช่วงเวลา อย่าคิดว่าผ่านไปแล้วจบตรงนั้น ขึ้นชื่อว่าเมื่อวาน แต่เราก็ยังมีความทรงจำเหล่านั้นฝังอยู่ในสมอง ฝังอยู่ในหัวของเราอยู่
       แต่มาถึงตอนนี้แล้วก็ไม่ได้หมายความว่า เราไม่มีทางที่จะแก้ไขอดีตของเรานะ จริง ๆ แล้วเราแก้ไขได้ แต่ไม่ได้แก้ได้โดยการย้อนเวลาเหล่านั้นกลับไป เราแก้อดีตที่ผ่านไปโดยการใช้ปัจจุบันนี่แหละ
       เวลาที่ผ่านไป อาจจะทำให้คุณเจ็บปวดในบางเรื่อง แต่เวลาที่กำลังเดินอยู่ขณะนี้ อาจจะช่วยเยียวยาจิตใจของเราได้ เมื่อวานนั้นคือเมื่อวาน ปัจจุบันก็คือปัจจุบัน ใช้เวลาในปัจจุบันให้ดีที่สุด เพื่อให้เวลาที่ผ่านไปเมื่อวานยังคงสวยงามในใจเราเสมอ
       อยากให้คุณคิดนำเรื่องราวที่ผ่านไปนั้น กลับมาแก้ไขจุดที่บกพร่องในขณะนี้ ส่วนจุดที่มันดีอยู่แล้วอยากให้คุณเติมเต็มจนสมบูรณ์ที่สุด แล้วเวลาที่ผ่านไปมันจะไม่สูญเปล่าเลย...
       เมื่อวานไม่สำคัญเท่าปัจจุบันที่กำลังดำเนินต่อไปอยู่...
#ถ้าเมื่อวานดีอยู่แล้วทำวันนี้ให้ดียิ่งขึ้น
#ถ้าเมื่อวานเลวร้ายยังไงทำวันนี้ให้สวยงามกว่าเมื่อวาน
#วันเวลาเป็นสิ่งที่สวยงามและมีค่าในใจของเราเสมอ



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กาลเทศะ (Time Place)

             เรื่องในวันนี้ที่จะปรากฏแก่สายตาของผู้อ่าน ขอบอกว่าเป็นเรื่องแรกที่เขียนด้วยความที่ไม่พอใจกับสิ่งที่เด็กบางคน ทำให้ผู้ใหญ่เห็น...เราโกรธแทนผู้ใหญ่กลุ่มนั้นนะ        กาลเทศะ เป็นอะไรที่มนุษย์ทุกคนควรรู้และควรมี แล้วเป็นอะไรที่เป็นพื้นฐานของสิ่งที่เรียกว่า 'มารยาท" ด้วย เป็นไปได้เหรอที่คนเราจะเป็นคนไม่รู้จักกาลเทศะ        ครับ มันมีแน่นอนครับท่าน ท่านไม่ได้เข้าใจผิดครับ ท่านคงจะเคยเจอกับตัวเองแน่        แล้วเด็กบางคนในยุคสมัยเทคโนโลยีครอบงำกระทำอยู่นั้น บางคนก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรควรอะไรไม่ควร คิดจะทำอะไรสนุก ๆ ตามอำเภอใจตลอดเวลา โดยไม่คำนึงถึงอารมณ์และความรู้สึกของคนที่ฟังเราเลยเนาะ นอกจากพ่อ-แม่ ญาติ ๆ ก็คุณครูนี่แหละครับที่เราควรให้ความเคารพและควรทำตนให้ดี เพราะคุณครูนั้นไม่ได้รู้จักคุณเป็นการส่วนตัวที่ขนาดจะทราบถึงนิสัยของคุณหรอกครับ        สิ่งที่เราเจอเราขอสรุปตามความเข้าใจและตามประสบการณ์ เกี่ยวกับเด็กที่พูดอะไรไม่รู้จักกาลเทศะนะครับ (กรณีนี้พบเจอมากที...

ขอให้เหมือนเดิม (I want things to remain the same)

"ไม่ต้องรักเท่าฟ้า แต่ขอให้รักเท่าเดิม ไม่ต้องมีเพิ่มเติม แต่รักไม่น้อยลงไป ไม่ต้องรักจนชั่วนิรันดร์ ตราบที่ฉันนั้นยังหายใจ ขอให้เหมือนเดิม ขอให้เหมือนเดิม..."  (ขอให้เหมือนเดิม : BUDOKAN)        มีโอกาสได้ฟังเพลง "ขอให้เหมือนเดิม" ของ "BUDOKAN" เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยอมรับเลยว่าแต่ก่อนไม่เคยได้ยินเพลงนี้ (สาบาน!) จนเห็นเพลงนี้ขึ้นใน Youtube บ่อย ๆ เลยลองกดเข้าไปฟัง        พระเจ้า!!! เพลงนี้ช่างโดนใจฉันเสียเหลือเกิน (ในแง่มุมคนที่ไร้ความรักนั้น ก็คงจะต้องฟังเพลงแบบนี้สินะ)         ฉันพอจะเข้าใจคนคนหนึ่ง ไม่ได้ต้องการให้ใครมารักตัวเองมากมายอะไรขนาดนั้น เขายังคงอยากให้ความรักที่จะมอบให้นั้นเป็นความรักที่ธรรมดา ๆ ปกติ ๆ ไม่ต้องมีอะไรมากมาย แหม่! เป็นความรักที่พอเพียงแต่กินใจเหลือเกิน        แต่ก็จริงนะ เราไม่ต้องการความรักที่มันเวอร์วังอลังการบานตะไทอะไรขนาดนั้น (เวอร์ไหมล่ะคุณ???) เพียงแค่รักธรรมดาที่มาจากใจนั้น ก็คงจะมีค่าสำหรับคนคนหนึ่งแล้ว ไม่ต้องรักใครมากกว่าเดิม ไม่ต้องทำอะไรให้...

แอบมอง (Peek)

       คุณเคยลองแอบมองใครสักคนไหม??? แล้วความรู้สึกเป็นอย่างไร???        เป็นธรรมดาที่หัวใจเรากำลังต้องการยืมใบหน้าหรือยืมตัวใครคนหนึ่ง มามโนว่าเขาเป็นคนของเรา เวลาเราทำอะไรเราก็มโนว่าเขาก็อยู่กับเรา ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว เขาอยู่ไกลจากคุณคนละซีกโลกเลยนะนั่น        แต่การเป็นคนที่แอบมองนั้นใช่ว่ามันจะเจ็บหรือมันไม่ได้ดั่งใจหรือไม่ได้หมายความว่าคุณจะแห้วนะ ดีเสียอีก เป็นความสุขทางสายตาของเรา การที่เราแอบมองใครคนนั้นแล้วเขามีความสุขนั้น เราก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย แต่ถ้าเขาเกิดเศร้าขึ้นมาล่ะ เราก็อาจจะเป็นฮีโร่หรืออัศวินขี่ม้าขาวไปปลอบเขาก็ได้นะ ยังดีกว่าคนที่ไม่คิดจะทำอะไรเลยแล้วยัง..........ไปชอบเค้ายังจะทำให้เขาสนใจอีก สู้แอบมองห่าง ๆ แล้วไปเป็นฮีโร่ในอนาคตยังไม่ดีกว่าเหรอ        เราก็เคยนะแอบมองคนคนนั้นแล้วเราก็ยิ้มตามไป มันมีความสุขดี แม้ว่าในสายตาเขาไม่มีเราอยู่เลยก็ตาม การแอบมองก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ ไม่อึดอัดทั้งสองฝ่าาย เราก็ไม่อึดอัดถึงอยากจะสารภาพความในใจสักเท่าไหนก็ตาม แค่มองตามองใบหน้าน...