ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ความทรงจำ (Memory)


       คนเราทุกคนต่างมีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน เมื่อการดำเนินชีวิตเกิดขึ้น ไม่ว่าเราจะทำอะไร หรือใครทำอะไรให้เรา เราก็คงจะมี "ความทรงจำ" เกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ อยู่ในหัวสมองของเรา
       ความทรงจำของคนเรานั้น มีทั้งความทรงจำที่ดี และ ความทรงจำที่เลวร้าย
       ถ้าหากจะให้พูดถึงความทรงจำนั้น ต่างคนก็ต่างมีความทรงจำที่แตกต่างกัน เพราะเราเอง ดำเนินชีวิตไม่เหมือนกัน
       เคยสงสัยอยู่ว่า "ทำไมเราต้องมีความทรงจำ?" "จำแล้วมันได้อะไรขึ้นมา?" ฉันเองก็เคยสงสัยอยู่มานาน จนมาอยู่วันหนึ่ง เราได้พบคำตอบเหล่านั้นแล้ว
       ความทรงจำของเรามันก็เหมือนการเขียนไดอารี่ของเราในแต่ละวัน ถึงอาจจะไม่ใช่การเขียนก็เถอะ แต่ความทรงจำที่บันทึกในหัวสมองเราแล้ว มันก็ไม่อาจลืมได้ลง เพราะความทรงจำเหล่านั้นช่างมีค่ากับเราเหลือเกิน ถึงแม้ว่าความทรงจำนั้นมันจะดีหรือจะร้าย มันก็คือความทรงจำของเราในแต่ละวัน ซึ่งวันนี้เราอาจจะเคยเจออะไรแบบนี้ แต่วันต่อ ๆ มา เราก็ไม่ได้เจออะไรเหมือนวันก่อน ๆ แล้ว
       แม้ว่าความทรงจำนั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ความทรงจำก็คือเสียงที่เกิดขึ้นในใจเรานั่นเอง
       หลายคนอาจจะเคยคิดว่า เรื่องบางเรื่องจำไปทำไม รกสมอง ลบ ๆ ออกจากสมองก็จบ!!
       พูดก็ง่ายนะ แต่ทำน่ะทำยาก ความทรงจำมีไว้ก็ไม่สามารถลบได้นะ เพราะถึงเราจะลืมเราจะลบไปสักเท่าไหร่ เมื่อเราเจอเหตุการณ์คล้ายคลึงกัน ความทรงจำเก่า ๆ เกี่ยวกับเรื่องนั้นมันจะย้อนกลับเข้ามาในสมองเราทันที
       ฉันเอง...ก็เคยพยายามจะลบความทรงจำในบางเรื่องออกไปจากหัวสมอง เพราะมันเจ็บที่จะจำ มันไม่ใช่เรื่องดีเลยที่ฉันต้องมาจำอะไรแบบนี้ แต่ความคิดนั้นมันก็หายไป เมื่อฉันได้กลับมาเจอเหตุการณ์แบบนั้นซ้ำ ๆ แล้วคิดได้ว่า การลบความทรงจำมันไม่ได้ง่าย ยากกว่าการทำข้อสอบเลขอีก!!!
       ชื่อก็บอกอยู่ว่าความทรงจำ หากลบมันออกไปก็ไม่ใช่ความทรงจำน่ะสิ...
       การที่เราจำเรื่องอะไรสักเรื่องมันง่ายก็จริง แต่ถ้าจะลบออกไปก็ลำบากนะ จริง ๆ แล้ว ทุกความทรงจำ คือสิ่งที่มีค่าอีกอย่างหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานสักเท่าไหร่ ความทรงจำก็ยังคงเป็นความทรงจำ การที่เราจะลบความทรงจำออกมันเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเลย ความทรงจำเราก็คือบทเรียนบทหนึ่งในชีวิตเลยแหละ
        เราสามารถเปลี่ยนความทรงจำในบางสิ่งที่เลวร้าย ให้กลับมาเป็นความทรงจำที่ดีได้ด้วยตัวเราเองแหละ แต่ถ้าหากคุณไม่อยากจำมันจริง ๆ ก็อย่าไปใส่ใจกับมันให้มาก ดำรงชีวิตของเราให้สบายเถอะ จริง ๆ จะบอกว่าเราไม่ต้องไปฝืนจำมันก็ได้นะ บางเรื่องก็เข้าใจว่าจำแล้วเจ็บเปล่า ๆ
"คนเราไม่เคยนึกถึงตีนถ้ารองเท้าไม่กัด"
         หลายคนอ่านแล้วก็ตกใจ แต่ถ้าคุณลองนึกความหมายของมันแล้วล่ะก็ คุณจะเข้าใจมันเอง...
         เราอยากให้คุณเข้าใจความหมายของสิ่งที่เราบอกไป ด้วยตัวเอง...นึกออกแล้วลองทบทวนดูว่า
         เรายังอยากจำในสิ่งที่ไม่ดีในชีวิตมั้ย...ถ้าเราจะลองลบความทรงจำบางส่วนออกไปเพื่อรับความทรงจำบางส่วนเข้ามาจำเป็นยังไง...
         ความทรงจำที่ดี มีแล้วก็ดีไป เพราะความทรงจำดีที่ก็เหมือนพาชีวิตเราดีทำให้เราไม่กังวลไม่มีอะไรเข้ามากวนใจ
         ความทรงจำที่เลวร้าย มีไปก็อาจจะดี เพราะสิ่งเลวร้าย ก็คือสิ่งที่ทำให้เราพัฒนาชีวิตของเราให้ดีขึ้น
         จงดีใจที่คุณมีความทรงจำเหล่านั้นจนถึงทุกวันนี้ เพราะยังมีคนหลายคนต้องการความทรงจำหลายสิ่งหลายอย่างกลับคืนมา...คุณควรดีใจนะที่คุณสามารถสะสมความทรงจำในชีวิตได้...คุณมีโอกาสที่ดีกว่าคนที่เค้าไม่สามารถจำอะไรได้อีกเลยนะ...คุณรู้สึกภูมิใจไหมล่ะ....
         #ความทรงจำคือสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดในชีวิตไม่ว่าจะดีหรือร้าย
         #ยังมีคนหลายคนที่อยากมีความทรงจำแต่เขาไม่สามารถทำได้
(ความทรงจำที่แสนดี...)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กาลเทศะ (Time Place)

             เรื่องในวันนี้ที่จะปรากฏแก่สายตาของผู้อ่าน ขอบอกว่าเป็นเรื่องแรกที่เขียนด้วยความที่ไม่พอใจกับสิ่งที่เด็กบางคน ทำให้ผู้ใหญ่เห็น...เราโกรธแทนผู้ใหญ่กลุ่มนั้นนะ        กาลเทศะ เป็นอะไรที่มนุษย์ทุกคนควรรู้และควรมี แล้วเป็นอะไรที่เป็นพื้นฐานของสิ่งที่เรียกว่า 'มารยาท" ด้วย เป็นไปได้เหรอที่คนเราจะเป็นคนไม่รู้จักกาลเทศะ        ครับ มันมีแน่นอนครับท่าน ท่านไม่ได้เข้าใจผิดครับ ท่านคงจะเคยเจอกับตัวเองแน่        แล้วเด็กบางคนในยุคสมัยเทคโนโลยีครอบงำกระทำอยู่นั้น บางคนก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรควรอะไรไม่ควร คิดจะทำอะไรสนุก ๆ ตามอำเภอใจตลอดเวลา โดยไม่คำนึงถึงอารมณ์และความรู้สึกของคนที่ฟังเราเลยเนาะ นอกจากพ่อ-แม่ ญาติ ๆ ก็คุณครูนี่แหละครับที่เราควรให้ความเคารพและควรทำตนให้ดี เพราะคุณครูนั้นไม่ได้รู้จักคุณเป็นการส่วนตัวที่ขนาดจะทราบถึงนิสัยของคุณหรอกครับ        สิ่งที่เราเจอเราขอสรุปตามความเข้าใจและตามประสบการณ์ เกี่ยวกับเด็กที่พูดอะไรไม่รู้จักกาลเทศะนะครับ (กรณีนี้พบเจอมากที...

ขอให้เหมือนเดิม (I want things to remain the same)

"ไม่ต้องรักเท่าฟ้า แต่ขอให้รักเท่าเดิม ไม่ต้องมีเพิ่มเติม แต่รักไม่น้อยลงไป ไม่ต้องรักจนชั่วนิรันดร์ ตราบที่ฉันนั้นยังหายใจ ขอให้เหมือนเดิม ขอให้เหมือนเดิม..."  (ขอให้เหมือนเดิม : BUDOKAN)        มีโอกาสได้ฟังเพลง "ขอให้เหมือนเดิม" ของ "BUDOKAN" เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยอมรับเลยว่าแต่ก่อนไม่เคยได้ยินเพลงนี้ (สาบาน!) จนเห็นเพลงนี้ขึ้นใน Youtube บ่อย ๆ เลยลองกดเข้าไปฟัง        พระเจ้า!!! เพลงนี้ช่างโดนใจฉันเสียเหลือเกิน (ในแง่มุมคนที่ไร้ความรักนั้น ก็คงจะต้องฟังเพลงแบบนี้สินะ)         ฉันพอจะเข้าใจคนคนหนึ่ง ไม่ได้ต้องการให้ใครมารักตัวเองมากมายอะไรขนาดนั้น เขายังคงอยากให้ความรักที่จะมอบให้นั้นเป็นความรักที่ธรรมดา ๆ ปกติ ๆ ไม่ต้องมีอะไรมากมาย แหม่! เป็นความรักที่พอเพียงแต่กินใจเหลือเกิน        แต่ก็จริงนะ เราไม่ต้องการความรักที่มันเวอร์วังอลังการบานตะไทอะไรขนาดนั้น (เวอร์ไหมล่ะคุณ???) เพียงแค่รักธรรมดาที่มาจากใจนั้น ก็คงจะมีค่าสำหรับคนคนหนึ่งแล้ว ไม่ต้องรักใครมากกว่าเดิม ไม่ต้องทำอะไรให้...

แอบมอง (Peek)

       คุณเคยลองแอบมองใครสักคนไหม??? แล้วความรู้สึกเป็นอย่างไร???        เป็นธรรมดาที่หัวใจเรากำลังต้องการยืมใบหน้าหรือยืมตัวใครคนหนึ่ง มามโนว่าเขาเป็นคนของเรา เวลาเราทำอะไรเราก็มโนว่าเขาก็อยู่กับเรา ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว เขาอยู่ไกลจากคุณคนละซีกโลกเลยนะนั่น        แต่การเป็นคนที่แอบมองนั้นใช่ว่ามันจะเจ็บหรือมันไม่ได้ดั่งใจหรือไม่ได้หมายความว่าคุณจะแห้วนะ ดีเสียอีก เป็นความสุขทางสายตาของเรา การที่เราแอบมองใครคนนั้นแล้วเขามีความสุขนั้น เราก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย แต่ถ้าเขาเกิดเศร้าขึ้นมาล่ะ เราก็อาจจะเป็นฮีโร่หรืออัศวินขี่ม้าขาวไปปลอบเขาก็ได้นะ ยังดีกว่าคนที่ไม่คิดจะทำอะไรเลยแล้วยัง..........ไปชอบเค้ายังจะทำให้เขาสนใจอีก สู้แอบมองห่าง ๆ แล้วไปเป็นฮีโร่ในอนาคตยังไม่ดีกว่าเหรอ        เราก็เคยนะแอบมองคนคนนั้นแล้วเราก็ยิ้มตามไป มันมีความสุขดี แม้ว่าในสายตาเขาไม่มีเราอยู่เลยก็ตาม การแอบมองก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ ไม่อึดอัดทั้งสองฝ่าาย เราก็ไม่อึดอัดถึงอยากจะสารภาพความในใจสักเท่าไหนก็ตาม แค่มองตามองใบหน้าน...