ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

นิยามรัก (Love definition)


       รัก...คือการชอบด้วยความยินดี
       คำว่า "รัก" สามารถแบ่งได้ 4 รูปแบบ (ในทัศนคติของฉันเอง)
       รูปแบบแรก "รักแบบเพื่อน" รูปแบบนี้ก็เห็นได้ชัดในกลุ่มเพื่อนของเรา ในชีวิตเราก็ต้องพบเจอผู้คนมากมายเมื่อได้พูดคุยได้เจอกันบ่อย ๆ ความสัมพันธ์นั้นก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นเพื่อน ถูกต้องมั้ย ความรักในรูปแบบที่ที่เรามีให้ต่อคนอื่น ๆ ซึ่งเรียกว่าเพื่อนนั้น มักอยู่ได้ยาวนานมาก ๆ เลยแหละ เพื่อนก็เหมือนเป็นทุกอย่างสำหรับเราเลย รักเพื่อน ไม่เจ็บ...ถ้าเจ็บ นั่นหมายถึงว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเพื่อนนั้น จบ!! ฉะนั้น เราควรรักษามิตรภาพกับเพื่อนให้ยาวนานที่สุด เวลาเราไม่มีใคร นอกจากพ่อ-แม่ ก็เพื่อนเรานี่แหละที่จะอยู่กับเรา
       รูปแบบที่สอง "รักพ่อ รักแม่" รักแบบนี้มั่นคงที่สุด ต่อให้ไม่มีใครบอกเราก็รู้ด้วยตัวเอง รักใดในหล้าจะเท่ารักของพ่อของแม่ที่มีให้กับเรา พ่อกับแม่มีพระคุณต่อเรามาก ๆ ไม่ว่าเราจะเป็นอะไรท่านก็ยังอยู่กับเรา อยู่เคียงข้างเรา แม้ว่าพ่อกับแม่จะไม่แสดงออกมากเท่าไหร่นัก แต่ในใจนั้นท่านรักเรายิ่งกว่าชีวิตตัวเอง เราควรรักพ่อรักแม่ให้มาก ๆ เพราะไม่มีใครแทนที่ท่านทั้งสองได้แล้ว รักในรูปแบบนี้เป็นรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด เป็นรักที่ไม่มีวันจบ
       รูปแบบที่สาม "รักแบบแฟน" มาถึงรักแบบนี้ทุกคนก็คงจะนึกออกได้ง่ายที่สุด เป็นรักในรูปแบบที่ใคร ๆ ต่างก็มี ที่ไม่มีก็อยากมี ที่มีก็อยากให้รักยาวนานต่อไป รักแบบนี้แหละ พังง่ายสุด!! ต่อให้คุณรักกันมากแค่ไหนถ้าคุณไม่สามารถเดินถึงเส้นชัยได้ นั่นแหละคุณแพ้แล้ว!!! ถ้าคุณจริงใจและรักใครสักคนแล้ว คุณต้องทุ่มเท คุณต้องใส่ใจซึ่งกันแหละกัน รักที่ดีนั้นควรพากันไปในทางที่ดี ผิดต้องยอมรับแล้วพร้อมที่จะแก้ปัญหานั้นด้วยกัน อย่าให้พิษของความรักมาแทรกระหว่างกลาง พิษรักนั้นร้าย พิษร้ายทำให้ไม่รัก เมื่อไม่รักก็คือชีวิตคู่คุณได้พัง พัง และพัง!! เห็นมานัดต่อนัดแล้ว ต่อจะให้คุณรักกันมากแค่ไหน แต่แค่มีอะไรมาแทรกระหว่างคุณทั้งสอง เป็นธรรมดาที่คุณจะไม่เข้าใจแล้วมีปัญหากัน รักแท้นั้นหายากมากในรูปแบบนี้ แต่ถ้าคุณเลิกกับใครสักคน ขอให้คุณคิดเพียงว่า
"ความรักของเรานั้นเปรียบเหมือนข้อสอบ ข้อสอบข้อนึงมักมีหลายตัวเลือก บางทีข้อที่คุณเลือกอาจจะเป็นข้อที่ไม่ใช่ หากคุณมีความตั้งใจทำข้อสอบนั้นจริง คุณก็จะเจอข้อที่ใช่"
ฉันมักปลอบคนที่อกหักด้วยข้อความดังกล่าว ยังไงสักวันคุณก็จะได้เจอรักแท้ เจอคนที่พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ พร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคุณชั่วชีวิต
       รูปแบบสุดท้าย "รักตัวเอง" ใครล่ะ จะไม่รักตัวเอง ทุกคนต่างก็รักตัวเองแหละ เวลาคุณไม่มีใคร ตัวคุณนั้นแหละที่รักคุณ แม้ว่าบางทีคุณอาจจะไม่รักตัวเองเอาซะเลย รักแบบนี้แหละ ไม่เจ็บ 
คุณเท่านั้นที่เข้าใจคุณ
คุณเท่านั้นที่รู้ว่าคุณต้องการอะไร
คุณเท่านั้นที่รักตัวคุณที่สุด
คุณเท่านั้นที่สามารถอยู่กับตัวของคุณได้ตลอดชีวิต
คุณนั้นแหละที่จะไม่มีวันทิ้งคุณ
       ขอสรุปรักแต่ละแบบสั้น ๆ เลยแล้วกัน 
       1.รักแบบเพื่อน - เจ็บปานกลางถ้าคุณไม่มีเขา เพราะเพื่อนคือคนที่เข้าใจตัวของเราดี
       2.รักพ่อ รักแม่ - เจ็บที่สุดถ้าคุณไม่มีเขา เพราะเขาคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของคุณ วันใดไม่มีท่าน แล้วคุณจะเสียใจ
       3.รักแบบแฟน - เจ็บน้อยมากถ้าคุณไม่มีเขา ถ้าเทียบกับ 2 แบบแรก เค้ารักคุณมากกว่าแฟนเป็นหลายเท่า เค้าอาจไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของคุณเลย
       4.รักตัวเอง - ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่รู้สึกอะไร เพราะตัวเองย่อมเข้าใจตัวเองมากที่สุด!!
#คุณจะเข้าใจเองว่ารักแต่ละแบบเป็นยังไง
#รักษาความรักให้ยาวนานเพื่อคุณจะได้ไม่ต้องทนเจ็บกับคำว่ารัก
#คำว่ารักจะมีค่าก็ต่อเมื่อคุณรักษามันอย่างดี

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กาลเทศะ (Time Place)

             เรื่องในวันนี้ที่จะปรากฏแก่สายตาของผู้อ่าน ขอบอกว่าเป็นเรื่องแรกที่เขียนด้วยความที่ไม่พอใจกับสิ่งที่เด็กบางคน ทำให้ผู้ใหญ่เห็น...เราโกรธแทนผู้ใหญ่กลุ่มนั้นนะ        กาลเทศะ เป็นอะไรที่มนุษย์ทุกคนควรรู้และควรมี แล้วเป็นอะไรที่เป็นพื้นฐานของสิ่งที่เรียกว่า 'มารยาท" ด้วย เป็นไปได้เหรอที่คนเราจะเป็นคนไม่รู้จักกาลเทศะ        ครับ มันมีแน่นอนครับท่าน ท่านไม่ได้เข้าใจผิดครับ ท่านคงจะเคยเจอกับตัวเองแน่        แล้วเด็กบางคนในยุคสมัยเทคโนโลยีครอบงำกระทำอยู่นั้น บางคนก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรควรอะไรไม่ควร คิดจะทำอะไรสนุก ๆ ตามอำเภอใจตลอดเวลา โดยไม่คำนึงถึงอารมณ์และความรู้สึกของคนที่ฟังเราเลยเนาะ นอกจากพ่อ-แม่ ญาติ ๆ ก็คุณครูนี่แหละครับที่เราควรให้ความเคารพและควรทำตนให้ดี เพราะคุณครูนั้นไม่ได้รู้จักคุณเป็นการส่วนตัวที่ขนาดจะทราบถึงนิสัยของคุณหรอกครับ        สิ่งที่เราเจอเราขอสรุปตามความเข้าใจและตามประสบการณ์ เกี่ยวกับเด็กที่พูดอะไรไม่รู้จักกาลเทศะนะครับ (กรณีนี้พบเจอมากที...

ขอให้เหมือนเดิม (I want things to remain the same)

"ไม่ต้องรักเท่าฟ้า แต่ขอให้รักเท่าเดิม ไม่ต้องมีเพิ่มเติม แต่รักไม่น้อยลงไป ไม่ต้องรักจนชั่วนิรันดร์ ตราบที่ฉันนั้นยังหายใจ ขอให้เหมือนเดิม ขอให้เหมือนเดิม..."  (ขอให้เหมือนเดิม : BUDOKAN)        มีโอกาสได้ฟังเพลง "ขอให้เหมือนเดิม" ของ "BUDOKAN" เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยอมรับเลยว่าแต่ก่อนไม่เคยได้ยินเพลงนี้ (สาบาน!) จนเห็นเพลงนี้ขึ้นใน Youtube บ่อย ๆ เลยลองกดเข้าไปฟัง        พระเจ้า!!! เพลงนี้ช่างโดนใจฉันเสียเหลือเกิน (ในแง่มุมคนที่ไร้ความรักนั้น ก็คงจะต้องฟังเพลงแบบนี้สินะ)         ฉันพอจะเข้าใจคนคนหนึ่ง ไม่ได้ต้องการให้ใครมารักตัวเองมากมายอะไรขนาดนั้น เขายังคงอยากให้ความรักที่จะมอบให้นั้นเป็นความรักที่ธรรมดา ๆ ปกติ ๆ ไม่ต้องมีอะไรมากมาย แหม่! เป็นความรักที่พอเพียงแต่กินใจเหลือเกิน        แต่ก็จริงนะ เราไม่ต้องการความรักที่มันเวอร์วังอลังการบานตะไทอะไรขนาดนั้น (เวอร์ไหมล่ะคุณ???) เพียงแค่รักธรรมดาที่มาจากใจนั้น ก็คงจะมีค่าสำหรับคนคนหนึ่งแล้ว ไม่ต้องรักใครมากกว่าเดิม ไม่ต้องทำอะไรให้...

แอบมอง (Peek)

       คุณเคยลองแอบมองใครสักคนไหม??? แล้วความรู้สึกเป็นอย่างไร???        เป็นธรรมดาที่หัวใจเรากำลังต้องการยืมใบหน้าหรือยืมตัวใครคนหนึ่ง มามโนว่าเขาเป็นคนของเรา เวลาเราทำอะไรเราก็มโนว่าเขาก็อยู่กับเรา ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว เขาอยู่ไกลจากคุณคนละซีกโลกเลยนะนั่น        แต่การเป็นคนที่แอบมองนั้นใช่ว่ามันจะเจ็บหรือมันไม่ได้ดั่งใจหรือไม่ได้หมายความว่าคุณจะแห้วนะ ดีเสียอีก เป็นความสุขทางสายตาของเรา การที่เราแอบมองใครคนนั้นแล้วเขามีความสุขนั้น เราก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย แต่ถ้าเขาเกิดเศร้าขึ้นมาล่ะ เราก็อาจจะเป็นฮีโร่หรืออัศวินขี่ม้าขาวไปปลอบเขาก็ได้นะ ยังดีกว่าคนที่ไม่คิดจะทำอะไรเลยแล้วยัง..........ไปชอบเค้ายังจะทำให้เขาสนใจอีก สู้แอบมองห่าง ๆ แล้วไปเป็นฮีโร่ในอนาคตยังไม่ดีกว่าเหรอ        เราก็เคยนะแอบมองคนคนนั้นแล้วเราก็ยิ้มตามไป มันมีความสุขดี แม้ว่าในสายตาเขาไม่มีเราอยู่เลยก็ตาม การแอบมองก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ ไม่อึดอัดทั้งสองฝ่าาย เราก็ไม่อึดอัดถึงอยากจะสารภาพความในใจสักเท่าไหนก็ตาม แค่มองตามองใบหน้าน...