ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รักครั้งแรก (First love)


       ย่อมเป็นธรรมดาของคนเราที่จะมีความรัก ♥ ♥ ♥
       แน่นอน เมื่อเรามีความรัก เราก็ต้องทำความรู้จักกับคำว่า "รักครั้งแรก" อยู่แล้ว
       แต่ละคนก็ต่างมีรักครั้งแรกที่แตกต่างกันไป
       รักครั้งแรกที่หวานชื่นแต่จบอย่างขมก็มี
       รักครั้งแรกที่ขมแต่จบอย่างหวานก็มี
       หรืออีกอย่าง รักครั้งแรกและครั้งสุดท้าย^^ (สุดท้ายในที่นี้คือรักกันตลอดไป)
       ขอเล่าเลยละกัน รักครั้งแรกของฉันมันน๊าน...นาน...นาน...และนาน มันเป็นความรักที่ไม่ได้เกิดจากความรัก...คืออยู่ดี ๆ ก็รัก จริง ๆ ดูเหมือนว่าจะรักครั้งแรกจะมีนานแล้ว แต่เพิ่งรู้ตัวซะงั้น แต่พอรู้ตัวก็ยิ่งรัก รักจนแบบเราสามารถให้เขาได้ทุกสิ่ง แต่ก็โมเดิร์นด็อกมาก (ป๊อด 555) แล้วคือไม่มีใครรู้ด้วยไง จนมาวันนึง เราเก็บไม่ไหว (ยิ่งโตยิ่งเก็บความลับของตัวเองไม่อยู่ 555) เราเลยไปบอกกับเพื่อนของเราคนนึงว่าเราชอบใครอะไรยังไง นั่นแหละ มันแหละทำให้รักครั้งแรกฉันเกือบพัง มันเล่นตะโกนเรียกชื่อนางทางอ้อมแล้วเราก็บอก เห้ย เงียบ ๆ ดิ แต่สุดท้ายความก็แตก ก็เมื่อนังเพื่อนสุดรักได้ไปพูดกรอกหูเขา ฉันรู้ทีนี่หน้าเจื่อนสุด ๆ !!! คิดในใจ ---ไปบอกทำไมฟ้ะ จบเลยมั้ยล่ะ เราก็ไม่กล้าพูดกับนางเลยกลัวนางโกรธ แต่คุณเพื่อนตัวดีก็พยายามพูดให้เราเลิกคิดในแง่ลบ จนบางทีเนี่ยการที่มันบอกนางก็ทำให้เรารู้สึกโล่งไปนิด ๆ แต่ก็อึดอัด แต่มันก็ทำให้เราเป็นคนมโนแล้วหละ 555
       จนมาวันนี้ รักครั้งแรกของฉันจบแล้ว ฉันรู้สึกว่าฉันตัดใจที่จะเลิกรักใครง่าย ๆ เพียงเสี้ยววินาที ทั้ง ๆ ที่รักมาน๊าน...นาน...นาน...และนาน แต่อย่างไรก็ตาม รักครั้งแรกฉันจบด้วยดี ไม่มีอะไรให้ขุ่นข้องมัวหมองใจฉันอีกต่อไป
       ความรักครั้งแรก สามารถเป็นบทเรียนในความรักครั้งต่อ ๆ ไปได้ดีเลย อะไรก็ตามที่เป็นครั้งแรก มันก็เป็นเพียงบททดสอบลองใจเราเฉย ๆ อย่าไปคิดจริงจังกับอะไรที่เป็นครั้งแรกให้มาก ถ้าครั้งแรกมันไม่ใช่มันจะเจ็บ
#รักครั้งแรกคือบททดสอบดีๆเท่านั้นเอง
#อย่าจริงจังเพียงเพราะว่ามันเป็นครั้งแรก
#แล้วรักครั้งแรกของคุณล่ะเป็นยังไง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กาลเทศะ (Time Place)

             เรื่องในวันนี้ที่จะปรากฏแก่สายตาของผู้อ่าน ขอบอกว่าเป็นเรื่องแรกที่เขียนด้วยความที่ไม่พอใจกับสิ่งที่เด็กบางคน ทำให้ผู้ใหญ่เห็น...เราโกรธแทนผู้ใหญ่กลุ่มนั้นนะ        กาลเทศะ เป็นอะไรที่มนุษย์ทุกคนควรรู้และควรมี แล้วเป็นอะไรที่เป็นพื้นฐานของสิ่งที่เรียกว่า 'มารยาท" ด้วย เป็นไปได้เหรอที่คนเราจะเป็นคนไม่รู้จักกาลเทศะ        ครับ มันมีแน่นอนครับท่าน ท่านไม่ได้เข้าใจผิดครับ ท่านคงจะเคยเจอกับตัวเองแน่        แล้วเด็กบางคนในยุคสมัยเทคโนโลยีครอบงำกระทำอยู่นั้น บางคนก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรควรอะไรไม่ควร คิดจะทำอะไรสนุก ๆ ตามอำเภอใจตลอดเวลา โดยไม่คำนึงถึงอารมณ์และความรู้สึกของคนที่ฟังเราเลยเนาะ นอกจากพ่อ-แม่ ญาติ ๆ ก็คุณครูนี่แหละครับที่เราควรให้ความเคารพและควรทำตนให้ดี เพราะคุณครูนั้นไม่ได้รู้จักคุณเป็นการส่วนตัวที่ขนาดจะทราบถึงนิสัยของคุณหรอกครับ        สิ่งที่เราเจอเราขอสรุปตามความเข้าใจและตามประสบการณ์ เกี่ยวกับเด็กที่พูดอะไรไม่รู้จักกาลเทศะนะครับ (กรณีนี้พบเจอมากที...

ขอให้เหมือนเดิม (I want things to remain the same)

"ไม่ต้องรักเท่าฟ้า แต่ขอให้รักเท่าเดิม ไม่ต้องมีเพิ่มเติม แต่รักไม่น้อยลงไป ไม่ต้องรักจนชั่วนิรันดร์ ตราบที่ฉันนั้นยังหายใจ ขอให้เหมือนเดิม ขอให้เหมือนเดิม..."  (ขอให้เหมือนเดิม : BUDOKAN)        มีโอกาสได้ฟังเพลง "ขอให้เหมือนเดิม" ของ "BUDOKAN" เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยอมรับเลยว่าแต่ก่อนไม่เคยได้ยินเพลงนี้ (สาบาน!) จนเห็นเพลงนี้ขึ้นใน Youtube บ่อย ๆ เลยลองกดเข้าไปฟัง        พระเจ้า!!! เพลงนี้ช่างโดนใจฉันเสียเหลือเกิน (ในแง่มุมคนที่ไร้ความรักนั้น ก็คงจะต้องฟังเพลงแบบนี้สินะ)         ฉันพอจะเข้าใจคนคนหนึ่ง ไม่ได้ต้องการให้ใครมารักตัวเองมากมายอะไรขนาดนั้น เขายังคงอยากให้ความรักที่จะมอบให้นั้นเป็นความรักที่ธรรมดา ๆ ปกติ ๆ ไม่ต้องมีอะไรมากมาย แหม่! เป็นความรักที่พอเพียงแต่กินใจเหลือเกิน        แต่ก็จริงนะ เราไม่ต้องการความรักที่มันเวอร์วังอลังการบานตะไทอะไรขนาดนั้น (เวอร์ไหมล่ะคุณ???) เพียงแค่รักธรรมดาที่มาจากใจนั้น ก็คงจะมีค่าสำหรับคนคนหนึ่งแล้ว ไม่ต้องรักใครมากกว่าเดิม ไม่ต้องทำอะไรให้...

แอบมอง (Peek)

       คุณเคยลองแอบมองใครสักคนไหม??? แล้วความรู้สึกเป็นอย่างไร???        เป็นธรรมดาที่หัวใจเรากำลังต้องการยืมใบหน้าหรือยืมตัวใครคนหนึ่ง มามโนว่าเขาเป็นคนของเรา เวลาเราทำอะไรเราก็มโนว่าเขาก็อยู่กับเรา ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว เขาอยู่ไกลจากคุณคนละซีกโลกเลยนะนั่น        แต่การเป็นคนที่แอบมองนั้นใช่ว่ามันจะเจ็บหรือมันไม่ได้ดั่งใจหรือไม่ได้หมายความว่าคุณจะแห้วนะ ดีเสียอีก เป็นความสุขทางสายตาของเรา การที่เราแอบมองใครคนนั้นแล้วเขามีความสุขนั้น เราก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย แต่ถ้าเขาเกิดเศร้าขึ้นมาล่ะ เราก็อาจจะเป็นฮีโร่หรืออัศวินขี่ม้าขาวไปปลอบเขาก็ได้นะ ยังดีกว่าคนที่ไม่คิดจะทำอะไรเลยแล้วยัง..........ไปชอบเค้ายังจะทำให้เขาสนใจอีก สู้แอบมองห่าง ๆ แล้วไปเป็นฮีโร่ในอนาคตยังไม่ดีกว่าเหรอ        เราก็เคยนะแอบมองคนคนนั้นแล้วเราก็ยิ้มตามไป มันมีความสุขดี แม้ว่าในสายตาเขาไม่มีเราอยู่เลยก็ตาม การแอบมองก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ ไม่อึดอัดทั้งสองฝ่าาย เราก็ไม่อึดอัดถึงอยากจะสารภาพความในใจสักเท่าไหนก็ตาม แค่มองตามองใบหน้าน...