ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทักทายคนอ่าน

   

     
       สวัสดีผู้เช้าชมบล็อก "อะไรก็ได้" ด้วยครับ
       หลายคนอาจจะสงสัยว่า...ทำไมถึงได้ตั้งชื่อบล็อกอย่างนี้
       อาจจะเป็นเพราะว่าโดยส่วนตัวเจ้าของบล็อกนี้เป็นคนที่เวลาเจออะไรก็ตามก็โพสต์ตามเฟซบุ๊ก อินสตราแกรม...ไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตามก็โพสต์ได้ (เหมือนเก่งเนาะ 555)
       นี่อาจจะเป็นที่มาที่เจ้าของบล็อกตั้งชื่อแบบนี้ แล้วอาจจะเป็นบล็อกสำหรับบรรยายเรื่องราวอื่น ๆ ก็ได้นะครับ
       สำหรับบล็อกนี้ก็ไม่ได้เจาะจงเรื่องที่จะเขียนนะครับ อยากเขียนอะไรที่ฟรีสไตล์น่ะครับ ถ้าสมมุติว่าเจาะจงเรื่องให้อยู่ในแนวเดียวกัน ทั้งคนเขียนกับคนอ่านก็อาจจะเบื่อ ๆ
       แล้วที่อยากทำบล็อกนี้ขึ้นก็เพราะว่า เจ้าของบล็อกเนี่ยบางทีก็ว่างไป 555 ไม่มีอะไรทำ ฟังเพลง ดูหนัง-ดูละคร-ดูรายการ มันก็เบื่อ เราเป็นคนชอบการเขียนก็เลยอยากจะเขียนเรื่องผ่านบล็อกบ้าง น่าจะสนุกดี...
       ในบล็อกนี้เคร่งมากเรื่องการใช้ภาษาไทย เพราะเจ้าของบล็อกชอบและเคร่งเรื่องการใช้ภาษาอย่างมาก ฉะนั้นจะพยายามไม่ให้มีคำผิดนะขอรับ!!!
        ก็ขอจบการทักทายเพียงเท่านี้ แล้วก็ขอให้มีความสุขในการอ่านเรื่องราวที่จะโพสต์ครับ
        ขอบคุณที่ติดตามและอ่านโพสต์ในบล็อก "อะไรก็ได้" ครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กาลเทศะ (Time Place)

             เรื่องในวันนี้ที่จะปรากฏแก่สายตาของผู้อ่าน ขอบอกว่าเป็นเรื่องแรกที่เขียนด้วยความที่ไม่พอใจกับสิ่งที่เด็กบางคน ทำให้ผู้ใหญ่เห็น...เราโกรธแทนผู้ใหญ่กลุ่มนั้นนะ        กาลเทศะ เป็นอะไรที่มนุษย์ทุกคนควรรู้และควรมี แล้วเป็นอะไรที่เป็นพื้นฐานของสิ่งที่เรียกว่า 'มารยาท" ด้วย เป็นไปได้เหรอที่คนเราจะเป็นคนไม่รู้จักกาลเทศะ        ครับ มันมีแน่นอนครับท่าน ท่านไม่ได้เข้าใจผิดครับ ท่านคงจะเคยเจอกับตัวเองแน่        แล้วเด็กบางคนในยุคสมัยเทคโนโลยีครอบงำกระทำอยู่นั้น บางคนก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรควรอะไรไม่ควร คิดจะทำอะไรสนุก ๆ ตามอำเภอใจตลอดเวลา โดยไม่คำนึงถึงอารมณ์และความรู้สึกของคนที่ฟังเราเลยเนาะ นอกจากพ่อ-แม่ ญาติ ๆ ก็คุณครูนี่แหละครับที่เราควรให้ความเคารพและควรทำตนให้ดี เพราะคุณครูนั้นไม่ได้รู้จักคุณเป็นการส่วนตัวที่ขนาดจะทราบถึงนิสัยของคุณหรอกครับ        สิ่งที่เราเจอเราขอสรุปตามความเข้าใจและตามประสบการณ์ เกี่ยวกับเด็กที่พูดอะไรไม่รู้จักกาลเทศะนะครับ (กรณีนี้พบเจอมากที...

ขอให้เหมือนเดิม (I want things to remain the same)

"ไม่ต้องรักเท่าฟ้า แต่ขอให้รักเท่าเดิม ไม่ต้องมีเพิ่มเติม แต่รักไม่น้อยลงไป ไม่ต้องรักจนชั่วนิรันดร์ ตราบที่ฉันนั้นยังหายใจ ขอให้เหมือนเดิม ขอให้เหมือนเดิม..."  (ขอให้เหมือนเดิม : BUDOKAN)        มีโอกาสได้ฟังเพลง "ขอให้เหมือนเดิม" ของ "BUDOKAN" เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยอมรับเลยว่าแต่ก่อนไม่เคยได้ยินเพลงนี้ (สาบาน!) จนเห็นเพลงนี้ขึ้นใน Youtube บ่อย ๆ เลยลองกดเข้าไปฟัง        พระเจ้า!!! เพลงนี้ช่างโดนใจฉันเสียเหลือเกิน (ในแง่มุมคนที่ไร้ความรักนั้น ก็คงจะต้องฟังเพลงแบบนี้สินะ)         ฉันพอจะเข้าใจคนคนหนึ่ง ไม่ได้ต้องการให้ใครมารักตัวเองมากมายอะไรขนาดนั้น เขายังคงอยากให้ความรักที่จะมอบให้นั้นเป็นความรักที่ธรรมดา ๆ ปกติ ๆ ไม่ต้องมีอะไรมากมาย แหม่! เป็นความรักที่พอเพียงแต่กินใจเหลือเกิน        แต่ก็จริงนะ เราไม่ต้องการความรักที่มันเวอร์วังอลังการบานตะไทอะไรขนาดนั้น (เวอร์ไหมล่ะคุณ???) เพียงแค่รักธรรมดาที่มาจากใจนั้น ก็คงจะมีค่าสำหรับคนคนหนึ่งแล้ว ไม่ต้องรักใครมากกว่าเดิม ไม่ต้องทำอะไรให้...

แอบมอง (Peek)

       คุณเคยลองแอบมองใครสักคนไหม??? แล้วความรู้สึกเป็นอย่างไร???        เป็นธรรมดาที่หัวใจเรากำลังต้องการยืมใบหน้าหรือยืมตัวใครคนหนึ่ง มามโนว่าเขาเป็นคนของเรา เวลาเราทำอะไรเราก็มโนว่าเขาก็อยู่กับเรา ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว เขาอยู่ไกลจากคุณคนละซีกโลกเลยนะนั่น        แต่การเป็นคนที่แอบมองนั้นใช่ว่ามันจะเจ็บหรือมันไม่ได้ดั่งใจหรือไม่ได้หมายความว่าคุณจะแห้วนะ ดีเสียอีก เป็นความสุขทางสายตาของเรา การที่เราแอบมองใครคนนั้นแล้วเขามีความสุขนั้น เราก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย แต่ถ้าเขาเกิดเศร้าขึ้นมาล่ะ เราก็อาจจะเป็นฮีโร่หรืออัศวินขี่ม้าขาวไปปลอบเขาก็ได้นะ ยังดีกว่าคนที่ไม่คิดจะทำอะไรเลยแล้วยัง..........ไปชอบเค้ายังจะทำให้เขาสนใจอีก สู้แอบมองห่าง ๆ แล้วไปเป็นฮีโร่ในอนาคตยังไม่ดีกว่าเหรอ        เราก็เคยนะแอบมองคนคนนั้นแล้วเราก็ยิ้มตามไป มันมีความสุขดี แม้ว่าในสายตาเขาไม่มีเราอยู่เลยก็ตาม การแอบมองก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ ไม่อึดอัดทั้งสองฝ่าาย เราก็ไม่อึดอัดถึงอยากจะสารภาพความในใจสักเท่าไหนก็ตาม แค่มองตามองใบหน้าน...