ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กรุงเทพฯ (Bangkok)


"เขาบอกว่ากรุงเทพฯ คือเมืองสวรรค์"
       ก็เป็นสิ่งที่ได้ยินมากันเกือบทุกคน ที่ชาวชนบทต่างมองว่ากรุงเทพมหานคร หรือเมืองหลวงของประเทศไทยเป็นเมืองสวรรค์สำหรับพวกเขา...
       คนเขามองว่ากรุงเทพเป็นเมืองที่น่าอยู่ มีชีวิตแสนสุขสบาย ฉันเชื่อว่าหลายคนคิดอย่างนั้น
       แต่ไม่รู้ว่าทุกคนจะคิดเหมือนฉันหรือเปล่า?...
       ฉันคิดว่า จริง ๆ แล้ว กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเมืองที่น่าอยู่มากมายเท่าไหร่ สำหรับฉันมันดูธรรมดาอย่างไรก็ไม่รู้...เดี๋ยว! อ่านให้จบนะ!!!
       หลายคนสงสัยว่าทำไมฉันคิดเช่นนั้น คือง่าย ๆ นะ ฉันว่ากรุงเทพเป็นเมืองที่ดูอึดอัดเวลาไปไหนมาไหน ผู้คนพลุกพล่านกันมาก เวลาจะไปไหนหรือทำอะไรเราก็ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะทุกคนที่ผ่านไปผ่านมาหรือเดินสวนกับเราอย่าคิดว่าเขาไม่สนใจเรานะ ฉันคิดว่าการที่ฉันจะไปไหนมาไหนฉันต้องกลายเป็นคนเรียบร้อย ดูคับอกคับใจมาก ๆ เวลาจะทำอะไรก็ตามคนก็จ้องมองเราเหมือนเราเป็นคนแปลกประหลาด (ฉันคิดเช่นนั้น) ผู้คนก็หาคนที่เป็นมิตรกับเราได้น้อยในสังคมเมืองกรุง บางคนก็ทำตัวเป็นศัตรูกับเราโดยที่เราไม่รู้ตัว ผิดกับเวลาที่ฉันไปต่างจังหวัด ฉันจะไปไหนทุกคนนั้นวางตัวกันแบบเป็นมิตรจะมาจากไหนก็ตามทุกคนจะมีอัธยาศัยดีจากเรา เหมือนเราได้พบปะสังคมใหม่ในชนบทเลยแหละ
       ฉันรู้สึกว่าถนนเมืองกรุงนั้นดูรกหูรกตายังไงชอบกล ไปไหนก็มีแต่รถเต็มถนน แถมรถพวกนั้นยังก่อให้เกิดมลพิษอีก ฉันไม่ชอบเอาเสียเลยที่ต้องสูดควันนรกอย่างนั้น ฉันก็ไม่เข้าใจ บางทีจะไปไหนใกล้ ๆ ถึงกับต้องใช้รถเก๋งหรู ๆ เลยหรอ มอเตอร์ไซค์ฉันก็พอทน ฉันคิดว่าใช้จักรยานไม่ดีกว่าเหรอ ถึงจะต้องออกแรงเยอะก็เถอะ (ต้องมีคนค้านความเห็นฉันบ้างแหละ 555) แต่เวลาฉันไปต่างจังหวัด โอ้โห!! เขาใช้ชีวิตบนท้องถนนเรียบง่าย ส่วนมากเจอแต่จักรยาน ฉันเห็นแล้วมีความสุขดี อันตรายน้อยกว่าด้วย แถมไม่ต้องทนสูดควันนรกให้เสียอารมณ์
       ฉันคิดว่าชีวิตเมืองกรุงถึงจะดูสุขสบาย ถึงจะดูเหมือนสวรรค์ก็จริง แต่ถ้าผู้คนที่อาศัยในเมืองสวรรค์แห่งนี้ประพฤติตัวไม่ดี ก็คงจะอายชาว ตจว. เป็นแน่เลย อย่างไรก็ตาม ฉันก็ภูมิใจที่ได้เกิดมาในประเทศไทย เมืองที่ดีที่สุดของฉัน ฉันก็ดีใจที่ได้เกิดมาในกรุงเทพฯ ซึ่งทำให้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่าง ถึงฉันจะค้านความคิดที่ว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองสวรรค์หลายอย่าง แต่อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงกันได้ ทั้งผู้คน และ ความคิด
#กรุงเทพจะเป็นสวรรค์ถ้าทุกคนทำให้สวรรค์แห่งนี้ร่มเย็นเป็นสุข
#สวรรค์แห่งนี้จะดูดีถ้าทุกคนช่วยกัน
#เมืองสวรรค์ที่มีแต่คนอยากอาศัย
#คุณพร้อมจะช่วยดูแลสวรรค์แห่งนี้แล้วหรือยัง
#จากเด็กชาวกรุง


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กาลเทศะ (Time Place)

             เรื่องในวันนี้ที่จะปรากฏแก่สายตาของผู้อ่าน ขอบอกว่าเป็นเรื่องแรกที่เขียนด้วยความที่ไม่พอใจกับสิ่งที่เด็กบางคน ทำให้ผู้ใหญ่เห็น...เราโกรธแทนผู้ใหญ่กลุ่มนั้นนะ        กาลเทศะ เป็นอะไรที่มนุษย์ทุกคนควรรู้และควรมี แล้วเป็นอะไรที่เป็นพื้นฐานของสิ่งที่เรียกว่า 'มารยาท" ด้วย เป็นไปได้เหรอที่คนเราจะเป็นคนไม่รู้จักกาลเทศะ        ครับ มันมีแน่นอนครับท่าน ท่านไม่ได้เข้าใจผิดครับ ท่านคงจะเคยเจอกับตัวเองแน่        แล้วเด็กบางคนในยุคสมัยเทคโนโลยีครอบงำกระทำอยู่นั้น บางคนก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรควรอะไรไม่ควร คิดจะทำอะไรสนุก ๆ ตามอำเภอใจตลอดเวลา โดยไม่คำนึงถึงอารมณ์และความรู้สึกของคนที่ฟังเราเลยเนาะ นอกจากพ่อ-แม่ ญาติ ๆ ก็คุณครูนี่แหละครับที่เราควรให้ความเคารพและควรทำตนให้ดี เพราะคุณครูนั้นไม่ได้รู้จักคุณเป็นการส่วนตัวที่ขนาดจะทราบถึงนิสัยของคุณหรอกครับ        สิ่งที่เราเจอเราขอสรุปตามความเข้าใจและตามประสบการณ์ เกี่ยวกับเด็กที่พูดอะไรไม่รู้จักกาลเทศะนะครับ (กรณีนี้พบเจอมากที...

ขอให้เหมือนเดิม (I want things to remain the same)

"ไม่ต้องรักเท่าฟ้า แต่ขอให้รักเท่าเดิม ไม่ต้องมีเพิ่มเติม แต่รักไม่น้อยลงไป ไม่ต้องรักจนชั่วนิรันดร์ ตราบที่ฉันนั้นยังหายใจ ขอให้เหมือนเดิม ขอให้เหมือนเดิม..."  (ขอให้เหมือนเดิม : BUDOKAN)        มีโอกาสได้ฟังเพลง "ขอให้เหมือนเดิม" ของ "BUDOKAN" เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยอมรับเลยว่าแต่ก่อนไม่เคยได้ยินเพลงนี้ (สาบาน!) จนเห็นเพลงนี้ขึ้นใน Youtube บ่อย ๆ เลยลองกดเข้าไปฟัง        พระเจ้า!!! เพลงนี้ช่างโดนใจฉันเสียเหลือเกิน (ในแง่มุมคนที่ไร้ความรักนั้น ก็คงจะต้องฟังเพลงแบบนี้สินะ)         ฉันพอจะเข้าใจคนคนหนึ่ง ไม่ได้ต้องการให้ใครมารักตัวเองมากมายอะไรขนาดนั้น เขายังคงอยากให้ความรักที่จะมอบให้นั้นเป็นความรักที่ธรรมดา ๆ ปกติ ๆ ไม่ต้องมีอะไรมากมาย แหม่! เป็นความรักที่พอเพียงแต่กินใจเหลือเกิน        แต่ก็จริงนะ เราไม่ต้องการความรักที่มันเวอร์วังอลังการบานตะไทอะไรขนาดนั้น (เวอร์ไหมล่ะคุณ???) เพียงแค่รักธรรมดาที่มาจากใจนั้น ก็คงจะมีค่าสำหรับคนคนหนึ่งแล้ว ไม่ต้องรักใครมากกว่าเดิม ไม่ต้องทำอะไรให้...

แอบมอง (Peek)

       คุณเคยลองแอบมองใครสักคนไหม??? แล้วความรู้สึกเป็นอย่างไร???        เป็นธรรมดาที่หัวใจเรากำลังต้องการยืมใบหน้าหรือยืมตัวใครคนหนึ่ง มามโนว่าเขาเป็นคนของเรา เวลาเราทำอะไรเราก็มโนว่าเขาก็อยู่กับเรา ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว เขาอยู่ไกลจากคุณคนละซีกโลกเลยนะนั่น        แต่การเป็นคนที่แอบมองนั้นใช่ว่ามันจะเจ็บหรือมันไม่ได้ดั่งใจหรือไม่ได้หมายความว่าคุณจะแห้วนะ ดีเสียอีก เป็นความสุขทางสายตาของเรา การที่เราแอบมองใครคนนั้นแล้วเขามีความสุขนั้น เราก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย แต่ถ้าเขาเกิดเศร้าขึ้นมาล่ะ เราก็อาจจะเป็นฮีโร่หรืออัศวินขี่ม้าขาวไปปลอบเขาก็ได้นะ ยังดีกว่าคนที่ไม่คิดจะทำอะไรเลยแล้วยัง..........ไปชอบเค้ายังจะทำให้เขาสนใจอีก สู้แอบมองห่าง ๆ แล้วไปเป็นฮีโร่ในอนาคตยังไม่ดีกว่าเหรอ        เราก็เคยนะแอบมองคนคนนั้นแล้วเราก็ยิ้มตามไป มันมีความสุขดี แม้ว่าในสายตาเขาไม่มีเราอยู่เลยก็ตาม การแอบมองก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ ไม่อึดอัดทั้งสองฝ่าาย เราก็ไม่อึดอัดถึงอยากจะสารภาพความในใจสักเท่าไหนก็ตาม แค่มองตามองใบหน้าน...